สวัสดีวันปีใหม่ เรื่องเก่าให้ผ่านไป วางแผนรับเรื่องใหม่กำลังมา

สวัสดีวันปีใหม่ เรื่องเก่าให้ผ่านไป วางแผนรับเรื่องใหม่กำลังมา

ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2011-2012 ผมจะวาง road map เอาไว้ แต่ว่า เมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา ผมจำไม่ได้ว่าเพราะอะไร จึงไม่ได้วาง road map เอาไว้ แต่มีเฉพาะของครึ่งปีหลังของ 2013 เท่านั้น ซึ่งเท่าที่ผมตรวจสอบ road map สั้นๆของช่วงครึ่งปี ก็พบว่า หลายอย่าง ยังไม่สำเร็จตามเป้า และหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป จนไม่ได้เป็นไปตามเป้าเดิม เช่นเรื่องงาน เพราะว่าผมย้ายบริษัทเป็นต้น  แต่ก็มีบางอย่างที่สามารถทำได้เป็นไปตาม road map ที่ตัวเองวางเอาไว้ครับ

ผมแนะนำให้ทุกท่าน มาทำ road map ให้กับตัวเองครับ ไม่ยาก และได้ประโยชน์มากด้วย เพราะว่ามันจะเป็นเป้าหมายในระยะสั้น ในช่วงปี 2014 นี้ ว่าเราอยากจะทำอะไร อยากได้อะไร อยากมีอะไร จากนั้น เราก็ค่อยๆวางแผน เพื่อทำให้มันมีขึ้นมา เป็นชิ้นเป็นอันจับต้องได้ ทีละเป้าหมายครับ

สำหรับเทคนิคการทำ แนะนำให้ทำเป็น mind map  ครับ เพราะว่ามันจะแบ่งออกเป็นหัวข้อ และค่อยๆลงรายละเอียดลงไปเรื่อยๆ จะได้ไม่สับสนว่าเรากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ ตัวอย่างของผม เป็น road map ของปี 2012 ครับ อันนี้ ไม่ได้แตกกิ่งออกมาทั้งหมดนะครับ มันจะเยอะไป (และขอ blur ไว้ เพื่อความเป็นส่วนตัวนะครับ)

road map 2012

ขั้นตอนการทำ ไม่ยาก เริ่มต้นจากสำรวจสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ก่อน เช่น เรื่องเงิน ว่าตอนนี้รวมๆกันแล้ว เรามีอยู่เท่าไร อยู่ที่ไหนบ้าง เรื่องที่พัก เป็นอย่างไร พอใจมั้ย ต้องการขยับขยายหรือเปล่า เรื่องสุขภาพ พอใจหรือยัง หรือว่า ต้องออกกำลังกายแบบไหนอย่างไร เรื่องอาหารการกิน คิดจะเปลี่ยนจากซื้อเค้ามาทำเองหรือเปล่า เป็นต้น โดยเน้นเพื่อให้เห็นว่า ปัจจุบันสถานะเราเป็นอย่างไร ถ้าใครสามารถคำนวนช่วงปีที่ผ่านมาได้ ก็จะดีมาก เช่น ปีที่ผ่านมา เราได้รับเงินเดือน x บาท เราใช้ไป y บาท เหลือเก็บ z บาท อะไรแบบนี้เพราะว่ามันจะมีผลในการคาดการณ์ของปีต่อไปด้วยครับ

เมื่อเราสำรวจ สิ่งที่มีอยู่ที่เป็นอยู่แล้ว จากนั้นก็วางแผนว่า ก่อนสิ้นปี 2014 นั้น เราอยากได้ อยากมี อยากทำ อยากเปลี่ยนอะไรบ้าง โดยที่ขอให้เป็นไปได้ตามความเป็นจริงนะครับ เช่น คนที่มีเงินเก็บหลักแสนบาท คิดว่า สิ้นปี ต้องมีเงินเก็บ 10 ล้านบาท อะไรแบบนี้ครับ คือฝันได้ แต่ว่า ถ้ามันไกลเกินความจริงมากเกินไปเราก็ไม่มีแรงพอที่จะทำให้มันเป็นจริง แล้วเราก็จะเลิกทำไปในที่สุด

โดยหลังจากที่คิดเป้าหมายแล้ว เช่น อยากมีรถเก๋งมือสอง ราคา 3 แสนบาทไว้ใช้สักคันหนึ่ง ช่วงเดือน 6 อยากมีเงินเก็บทุกเดือน เดือนละ 2 หมื่น เป็นต้น เราก็ต้องมาเริ่มลงรายละเอียดกับเป้าหมายนั้น เพื่อคำนวนว่าเป็นไปได้จริงหรือเปล่า เช่นเป้าหมายเรื่องรถ ก็ตั้งเป้าเอาไว้ว่า จะดาวน์สัก 130,000 บาท เพื่อให้เหลือยอดผ่อนต่อเดือนประมาณ เดือนละ 7000 จะได้ไม่ลำบากเกินไปนัก คำนวน ย้อนกลับมา ก็เท่ากับว่า เราต้องเก็บเงินเดือนละประมาณ 2หมื่นกว่าบาท เพื่อให้มีเงินดาวน์และค่าประกัน ค่าทำสัญญา ต่างๆจิปาฐะ หลังจากนั้นก็ผ่อนต่อไปอีกประมาณ สองสามปี ก็น่าจะหมดพอดี ถ้าคนนี้ มีเงินเดือนประมาณ เกือบๆ 4 หมื่น ก็จะเป็นความจริงได้อย่างไม่ยาก แต่ถ้าเค้ามีเงินเดือน 2 หมื่น นั่นจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะว่ายอดที่เก็บเพื่อวางดาวน์มันเยอะกว่าเงินเดือนซะอีก (แล้วจะกินอยู่อย่างไร) ดังนั้น เราก็ต้องมาปรับเป้าหมาย เพื่อให้อิงตามความเป็นจริงที่พอเป็นไปได้แบบนี้ด้วยครับ โดยอาศัยข้อมูลปีที่ผ่านมา ว่า เราได้รับมาเท่าไร ใช้ไปเท่าไร เหลือเก็บเท่าไร ถ้าใครที่ไม่ได้จดบันทึกโดยละเอียดในช่วงปีที่ผ่านมา พอหมดปีไปแล้ว จะนั่ง งง ว่าเงินเดือนที่ทำงานมาทั้งปี มันหายไปไหนหมดนะ?

หลังจากที่ได้เป้าหมายชัดเจนแล้ว ผมแนะนำให้ print ออกมา หรือวาดใส่กระดาษ ยิ่งใหญ่ๆชัดๆ ระบายสีให้สดๆ ยิ่งดี แล้วเอาไปแปะไว้ที่ผนังที่เราต้องเห็นมันทุกวัน เพื่อให้เกิดเป็นแรงฮึด ว่าเราต้องทำมันไปเพื่ออะไร ทำไมต้องทำ ถ้าวันไหนที่เราเริ่มหมดแรง เราก็หันไปดูว่าเรายังทำเพื่อเป้าหมายเราอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ก็ทำต่อไป

Willis Reed ได้กล่าวเอาไว้ว่า "ถ้าเรามุ่งหน้าไปดวงจันทร์ ถ้าพลาด ก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว" แต่ถ้าเราไม่คิดจะมุ่งหน้าไปดวงจันทร์ เพราะมั่นใจว่า ยังไงก็ไปไม่ถึงแน่นอน เราก็จะอยู่บนพื้นโลกไปตลอดกาล ไม่มีโอกาสสัมผัสแม้กระทั่งดวงดาวด้วยซ้ำไป ซึ่งคุณเองเท่านั้น ที่จะเป็นคนตอบตัวเองได้ ว่าเป้าหมายของคุณคืออยู่บนพื้นโลกตลอดกาลหรือเปล่า

Create: Modify : 2014-01-01 09:52:37 Read : 2570 URL :