hacker พุ่งเป้าไปที่ นักท่องเที่ยวมากขึ้น

hacker พุ่งเป้าไปที่ นักท่องเที่ยวมากขึ้น

สัญญาณเตือนนี้มาจาก FBI ของ สหรัฐอเมริกา ว่า มีการโจมตีทางอินเตอร์เน็ตแบบใหม่ โดยจะมาในรูปแบบ pop up เตือนให้ update เวลาที่ใช้งาน internet wifi ของโรงแรม (หรือสถานที่สาธารณะ) นั่นจะทำให้เราติด program อันตรายโดยไม่รู้ตัว

เหตุเป็นเพราะว่า wifi ของโรงแรม มักจะไม่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเท่าไร (ความปลอดภัยกับความสะดวกสบาย เป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกัน) และแน่นอน ถ้ายิ่งไปอยู่ในโรงแรมที่มีนักธุรกิจมาเยอะ ยิ่งไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนดีคนร้าย แต่ที่แน่ๆ มันคือสถานที่ ที่ไม่ปลอดภัยเลย

แต่ในความเป็นจริงก็คือ เรามีโอกาส ที่จะสูญเสียข้อมูลที่สำคัญทุกครั้งที่มีการเดินทาง  เพราะว่าทุกสถานที่ เต็มไปด้วยความเสี่ยงทั้งหมด

ทางเทคนิคแล้ว ในเครือข่ายต่างๆ เราสามารถดักจับข้อมูลทั้งหมด ที่วิ่งอยู่ในเครือข่ายนั้นได้ (sniffer) ดังนั้น สมมุติว่า มี hacker ที่ใช้เครือข่ายเดียวกับเราอยู่ แล้วเค้ากำลังดัก (sniffer) ข้อมูลอยู่ แล้วเราไป login เว็บ ธรรมดา ที่ไม่มี https แล้วล่ะก็ เค้าจะเห็นเลย ว่าเรากรอกอะไรไปใน internet บ้าง ไม่เว้น username , password ทั้งหมด

เมื่อหลังจากที่เครื่องเหยื่อที่ติด software เหล่านั้นแล้ว อาจจะถูกควบคุมเครื่อง หรืออาจจะถูกลบข้อมูลก็เป็นได้ โดยในตอนนี้ android device เป็นเป้าหมายหลักของกลุ่ม hacker เลย จากตัวเลขเครื่องที่ติด malware ที่สูงขึ้นมาก

ทางที่ดีก็คือ เมื่อเวลาที่เราต้องใช้งาน public wifi แล้วล่ะก็ เราควรที่จะใช้งาน VPN หรือการ remote เครื่องอื่นในเครือข่ายที่ปลอดภัยเพื่อใช้งานมากกว่า เพราะว่า data เหล่านี้ จะถูก encrypt เอาไว้ ถึงถูกดักจับระหว่างทางก็เอาไปแกะไม่ออกอยู่ดี (จริงๆแกะได้ แต่ส่วนใหญ่เค้าไม่นิยมแกะ เพราะว่าไปหาเหยื่อรายใหม่ง่ายกว่า)

ดังนั้นผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้วิธีที่ง่ายกว่าด้วยการเรียกเว็บ https แทน http ของเดิม แต่ว่า https ก็ไม่มีให้ใช้ในทุกๆเว็บ(เพราะว่าการทำ https มันจะมีค่าใช้จ่าย และขั้นตอนเพิ่มขึ้นจาก http)  หรือไม่อย่างนั้น เราจะต้องระวังการกรอกข้อมูลที่เป็นความลับ หรือข้อมูลที่มีความสำคัญ เช่นพวก รหัสผ่าน , รหัสบัตรเครดิต ในเครือข่ายที่มีคนใช้กันหลายๆคน

จริงๆการ ถูก hack เกิดขึ้นตั้งแต่ ก่อนจะเริ่ม logon ในระบบด้วยซ้ำ เพราะว่า นักท่องเที่ยวบางส่วนใช้งานตามสถานที่สาธารณะ เช่น สนามบิน หรือว่า บนรถทัวร์ ซึ่งแค่ยืนข้างหลัง ก็สามารถมองหน้าจอได้แล้ว ว่ากำลังทำอะไร ที่ไหนอย่างไร ดังนั้นการใช้ในที่สาธารณะ จึงต้องพึงระวัง เพราะจะมาในแบบ online และ offline กันเลยทีเดียว

ที่ผมเล่าไปทั้งหมดนี้ หากใครที่ไม่ได้ใช้คอมสร้างประโยชน์ หรือใช้เพื่อทำงาน ก็อาจจะไม่เข้าใจ แต่ถ้าเมื่อวันใดที่เริ่มเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ประโยชน์ตั้งแต่เช็คอีเมลขึ้นไป ก็ควรระวังตัวให้ดีแล้วครับ หมั่นหาความรู้เสมอๆครับ จะได้รู้ทันป้องกันภัยได้

ข่าวนี้ ผมเห็นว่าน่าสนใจ เลยแปลมาจาก CNN ให้ได้อ่านกันครับ

Create: Modify : 2012-08-05 13:03:34 Read : 4186 URL :