เครื่องมือที่ developer นิยมใช้กัน

เครื่องมือที่ developer นิยมใช้กัน


ผลการเก็บข้อมูลนี้ จัดทำโดย bestvender.com ซึ่งสัมภาษณ์ developer กว่า 500 คน โดย ซึ่งแน่นอนครับ ว่า developer เหล่านี้เป็นฝั่ง อเมริกา และ ยุโรปเป็นหลักครับ หลายอย่างเค้าจะไม่เหมือนบ้านเราเท่าไร แต่ก็ลองดูเป็นแนวทางเอาไว้ได้ครับ 

ผมจะแบ่งออกเป็นหมวด ตามที่ปรากฏใน infographic นะครับ เพื่อขยายความ ว่าแต่ละหมวดมันคืออะไร แล้วเอาไว้ทำอะไร เวลาอ่านแล้วจะได้ไม่งงครับ

ผลสำรวจเครื่องมือสำหรับ developer

  1. Bug tracking - เป็นเครื่องมือสำหรับ เปิด ticket แจ้ง bug ที่เกิดขึ้นในระบบ และ นำไป process แก้ไขต่อได้ โดยจะมีระบบติดตาม และปรับสถานะของ ticket ว่าถึงขั้นใดแล้ว
  2. Database - platform การเก็บข้อมูล
  3. Framework - เป็นชุดกึ่งสำเร็จรูป โครงสร้างของระบบต่างๆ ในภาษาต่างๆ ที่เค้าเขียนมาให้พร้อมระดับหนึ่ง ให้เราเอาไปทำงานต่อได้ง่าย กว่าเริ่มเขียนทั้งหมดจากบรรทัดแรก
  4. IDE - เครื่องมือที่ช่วยพัฒนา application โดยจะมี function ที่ช่วยเหลือเวลาที่เราใช้งานอยู่หลายรูปแบบ เช่น แนะนำ parameter ของ function และการทำงานของ function ต่างๆ
  5. Project Managemet - ใช้เพื่อการควบคุมระบบของ project และติดตามความก้าวหน้า และการทำงานร่วมกันของทีมงาน
  6. Storage - พื้นที่เก็บข้อมูลในรูปแบบ online
  7. Text Editor - เป็นเครื่องมือสำหรับแก้ไข file text ตัวอย่างเช่น notepad แต่ว่าเครื่องมือเหล่านี้จะมีความสามารถมากกว่านั้น
  8. Website Analytic - เครื่องมือวัดผลคนเข้าใช้งาน website
  9. Web Hosting - ผู้ให้บริการพื้นที่สำหรับทำเว็บ
  10. Version Control - ระบบจัดเก็บ source code ที่แบ่งแยกเป็น version ได้ เพื่อลดปัญหาโค้ดที่ทับซ้อน และการทำงานของหลายคนที่เขียนโค้ดชนกัน


ผลสำรวจนี้ ผมไม่รู้ว่าสอดคล้องในไทยหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ อาจจะไม่ตรงเรื่อง text editor เพราะว่า developer ส่วนใหญ่ในไทย ไม่น่าจะใช้ MAC กันครับ หรือบางคนใช้ MAC ก็ใช้ตัวอื่น แต่คนใช้ก็มีนะครับ แค่สัดส่วนต่างกันออกไป

สำหรับหมวดที่ชนะแบบไม่ต้อง สืบต่อ ก็คือ database , website analytic อันนี้ ผลน่าจะตรงกับในไทยด้วย เพราะว่าเป็นเครื่องมือฟรี และเจ๋งดีครับ 

ส่วนหมวดที่น่าจะไม่ตรงกับคนไทยเลยแม้แต่น้อย ก็น่าจะเป็นหมวด web hosting ครับ เพราะว่าเราไม่นิยมใช้ของนอก หรือว่าถ้าใช้ ก็จะไปทาง host ที่มีราคาถูกกว่า amazon หรือ rackspace ครับ ขอไม่บอกชื่อแล้วกัน บอกไปก็ต้องอ๋อ นอกนั้นยังพอมีความคล้ายหรือใกล้เคียงกันอยู่บ้าง

เครื่องมือเหล่านี้ช่วยเค้าทำงาน และลดการเสียเวลาในหลายด้านลงไปได้มาก บางอย่างก็มีเพื่อการ support เท่านั้น ไม่ได้มีเพื่อ ช่วยพัฒนาโปรแกรมโดยตรง เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้คุณเก่ง หรือประสบความสำเร็จได้ แต่ว่า มันเริ่มต้นที่ตัวคุณเองเท่านั้นครับ ให้มีเครื่องมือแสนดี ราคาเป็นแสน แต่ว่าคนใช้ไม่มีความรู้ที่จะทำงานนั้นๆได้ ก็ไร้ค่าครับ ดังนั้นเอาเวลาไปพัฒนาตนเองดีกว่า เพียงแต่หาเครื่องมือที่เหมาะๆ ก็พอแล้วครับ

Create: Modify : 2012-01-19 10:56:34 Read : 5834 URL :