คนไทย (copy) ไม่แพ้ชาติใดในโลก
บทความนี้ว่าด้วยเรื่องการ copy ของคนไทย และการคิด หรือสร้างสิ่งใหม่ๆล้วนๆเลย แต่จะเน้นไปทางด้าน website หรือเรื่อง online ซะมากกว่าครับ
จากประสบการณ์ด้านการทำเว็บของผม ถ้านับรวมๆ ถึงตอนนี้ ก็ประมาณว่า เกือบ 10 ปีได้แล้ว ก็เห็นอะไรมาเยอะ ผ่านตามาเยอะ ข้ามยุคข้ามสมัยมาหลายสมัยเหมือนกัน จะเห็นว่า คนไทยชอบ model เลียนแบบมาก ผมเองเคยเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ยังจำได้ว่า ยุคนั้น เว็บ sanook.com ขายให้กับต่างประเทศได้เป็นสิบล้าน ซึ่งถือว่าเป็นเว็บไทยที่ขายได้ราคาดีที่สุด(ในยุคนั้น) นั่นก็ทำให้ เว็บที่มีรูปแบบเดียวกับ sanook (เป็นเว็บ portal ประมาณว่ารวมมันทุกสิ่งอย่างอยู่ในนั้น) เกิดใหม่มากมาย ผมเองก็คิดจะทำเหมือนกัน แต่ทำไปได้ 10% ก็เลิกก่อน เพราะว่าติดเรียน (ยังเรียน ม ปลายอยู่เลย)และก็ได้เห็นเว็บที่คล้ายกันเกิดมาอีกมากมาย และก็ค่อยๆตายไปอย่างมากมายด้วย แต่ไม่ใช่ทั้งหมดครับ ที่ copy มาแล้วจะตายไป หลายเว็บก็อยู่ได้จนทุกวันนี้ หรือตั้งตัวเป็นคู่แข่งที่รุนแรงกับเว็บที่เปิดมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ผมว่า ไม่ถึง 1% ของเว็บทั้งหมดครับ
ตั้งแต่นั้นมาก็มีอีกหลาย model ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป (เข้าพระธรรมซะงั้น) เป็นธรรมดาของโลก(ยังไม่จบ) จนเรื่องล่าสุด ก็คือ model groupon หรือ deal ต่างๆ ที่ลอกกันกระจาย เอาเฉพาะในไทยผมว่าน่าจะเกิน 5 เว็บไปแล้ว (เป้าหมายเดียวกันทั้งนั้น แย่งลูกค้ากันเห็นๆ) ผมมองแบบตลกๆ ว่าเค้ารู้อยู่แล้ว ว่ามีเจ้าใหญ่อยู่ แล้วจะไปทำแข่งกันทำไม จริงอยู่ที่ว่า การแข่งกันจะทำให้เกิดผลดีกับคนซื้อ แต่ว่า เว็บแบบนี้ ถ้าไม่ทำให้เกิดผลดีกับคนซื้อแล้ว มันตายด้วยตัวมันเองอย่างแน่นอน โดยที่ไม่ต้องให้เกิดคู่แข่งเลย หรืออีกอันที่ผมขำกว่านั้นอีก ก็คือ model แพลงกิ้ง ที่พี่ไทย ลอกเลียนแบบออกมาได้หลาย version มากมาย ไม่ว่าจะเป็น พับเพียบเอย ยิ้มสยามเอย ไหว้เอย กราบเอย หลับเอย ทำการบ้านเอย (มีมากกว่านี้อีกมาก) จนผมยังพูดเล่นกับรุ่นพี่ผมอยู่เลย ว่าถ้าเป็นแบบนี้ เราไม่ตั้ง จีบไทยแลนด์มันซะเลย หลังจากนั้นไม่นาน มีแบรนด์หนึ่งที่ทำงานด้าน โทรคมนาคม ก็เอามุขจีบ ไปใช้ทำการตลาดเฉยเลย (ไม่ได้รู้จักหรือเคยคุยกันมาก่อน ประมาณว่าคิดตรงกัน) ผมก็พูดขำๆกับรุ่นพี่ว่า ที่เราเคยคิดกันไว้มีคนเอาไปใช้ซะแล้ว (เพราะพูดกันก่อนที่แบรนด์นั้นจะเริ่มทำอีก) ผมเคยไปพูดติดตลกไว้ใน facebook ว่า ถ้าอย่างนี้อีกหน่อย ก็คงจะมี ตีลังกาไทยแลนด์ เป่ากบไทยแลนด์ อะไรแบบนี้แล้วล่ะมั้งเนี่ย
ที่ผมพูดแบบนั้น ก็เพราะว่าอยากกระตุ้นให้คนไทย พยายามคิดและทำอะไรใหม่ๆออกมาบ้าง เชื่อผมเถอะครับ ว่าถ้าคุณกล้าคิดต่าง แล้วเอา user มาเป็นที่ตั้งของเว็บคุณ แล้วคุณใส่ความตั้งใจลงไป เพียงเท่านี้ มันประสบความสำเร็จแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเว็บอะไรก็ตาม แต่อาจจะไม่สำเร็จขนาด facebook google microsoft แต่ถ้าได้เพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของเค้า ก็น่าพอใจมากแล้วล่ะครับ (เพราะว่าคุณจะเหนือกว่าคนอื่นอีกเป็นล้านๆ)
อาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องยาก? ไม่เลยครับ ผมจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจริงมาแล้วให้ฟัง
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 (พ.ศ.2547) มีคนสามคนเริ่มตั้งบริษัทขึ้นมา แล้วก็ทำงานกันไปจนปี 2005 บริษัทขยายตัว และได้รับเงินทุนเล็กๆมาก้อนหนึ่ง เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัท โดยเป้าหมายก็คือ ทำเกมส์ขาย แค่นั้นเอง จนปี 2009 เค้าก็ทำเกมส์ขายแต่ปรากฏว่าเกมส์นี้ไม่เหมือนกับเกมส์อื่นๆ เพราะว่าผ่านไปเพียง 2 ปี เกมส์นี้เกมส์เดียว ทำงานให้บริษัทไปแล้ว 2,100,000,000 (สองพันหนึ่งร้อยล้านบาท) โดยเมื่อคำนวนต้นทุนทั้งหมดของเกมส์นั้น พบว่าใช้เงินเพียง 4.3ล้านบาทเท่านั้น นั่นคือเกมส์ angry bird
และอีกเรื่องนึง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 เด็กหนุ่ม สองคนเริ่มเปิดเว็บที่มีแนวคิดไม่เหมือนคนอื่น แต่เปิดได้ไม่นานก็ถูกสั่งปิดไป เพราะว่าไปทำให้ server ของมหาลัยมีปัญหา จนกระทั่งไปเปิดเว็บของตัวเอง อย่างจริงจัง และตั้งเป้าหมายเพียงง่ายๆแต่ว่า ต้องให้คนใช้งานรู้สึกดีกับเว็บมากที่สุดเท่านั้น จากวันนั้นถึงวันนี้ เค้ายังคงรักษาเป้าหมายของเว็บได้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แม้บางอย่างจะบกพร่องไปบ้าง จนวันนี้ มีผู้ใช้งาน ประมาณ 750ล้านคนทั่วโลก เว็บ ที่มีเงินทุนเริ่มต้นไม่ถึง 15ล้านบาท ตอนนี้ เว็บไซต์ มีมูลค่า 1,500,000,000,000 หรือ 1.5 ล้านล้านบาท นั่นคือ facebook.com
จะเห็นได้ว่า จริงๆแล้ว บริษัทที่ประสบความสำเร็จ ล้วนเริ่มต้นมาแบบง่ายๆทั้งนั้น เค้าแต่เพียงใส่ความตั้งใจลงไป และไม่จำเป็นต้องลอกใคร ทำออกมาในแบบของตัวเอง ก็ประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเลย หากเราคิดจะทำบ้าง ผมว่าความสำเร็จมันก็อยู่ในไกลเกินเอื้อมหรอกครับ
มันอยู่ที่ว่า เราจะเริ่มทำหรือไม่ แค่นั้นเอง
tag : facebook, angry bird, success, copy, new model, new idea
