โรคที่เป็นจนวันตาย
เป็นเรื่องที่คิดแล้วก็น่ากลัวมาก ที่เราจะต้องเป็นโรคอะไรสักโรคหนึ่ง ไปจนวันตาย ทั้งๆที่อายุเพียง 20 ต้นๆเท่านั้น ถือว่าเป็นช่วงวัยรุ่น ที่ชีวิตยังต้องมีอะไรอีกมากมาย...
สาเหตุของโรคนี้ เกิดมาจาก พฤติกรรมการกิน ที่ก็ไม่ได้แปลกกว่าคนอื่นมากเท่าไรครับ เล่าย้อนไปนิด คือรุ่นน้องผมเป็นผู้หญิง ที่รูปร่างเพรียวบาง ไม่ได้ผอมติดกระดูก แต่ก็ไม่ได้ถือว่ามีน้ำมีเนื้อ จัดว่าอยู่ในกลุ่มที่รูปร่างใช้ได้ แต่ถ้ามีน้ำมีเนื้อกว่านี้ก็จะดีกว่า แล้วรุ่นน้องผมก็เป็นคน IT เหมือนกันนี่แหล่ะ แน่นอนว่า ชีวิตส่วนใหญ่ก็อยู่หน้าจอ แต่ไม่ได้เป็น IT จ๋า ถึงกับอยู่หน้าจอทั้งวัน
ดังนั้น ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ใช้คอม ก็แน่นอน มักจะมีขนม นม เนย ไม่ได้ขาด รุ่นน้องผมก็เช่นกัน แต่ไม่มากอีกนั่นแหล่ะ ก็มีบ้าง โดยเวลากลับถึงบ้าน ก็กินข้าวตามเวลา แล้วใช้งานคอมพิวเตอร์ ระหว่างนั้นก็จะมีอะไรหยิบกินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งนอนไป ด้วยความที่ว่าอยากเพิ่มน้ำหนักด้วยส่วนหนึ่ง
แล้วถึงวันตรวจสุขภาพประจำปี ก็พบว่า ไตรกรีเซอไลน สูงกว่าปกติมาก รวมทั้งใขมันในเลือดด้วยเช่นกัน อยู่ในระดับสูงกว่าปกติ ทั้งๆที่เป็นคนที่รูปร่างค่อนทางผอมด้วย แต่นั่นก็ไม่เร็วร้ายเท่าหลังจากที่ผลตรวจออกมาได้ไม่นาน ก็เริ่มมีอาการผิดปกติกับร่างกายก็คือ นอนๆอยู่แล้วมีอาการแสบตั้งแต่กระเพาะมาจนถึงคอ ถึงขั้นนอนไม่ได้ทั้งคืนเลยทีเดียว จนเป็นหนักเข้าก็ไม่ไหวต้องหาหมอ จนทำให้ทราบว่า เป็นโรค "กรดไหลย้อน" ซึ่งนั่นไม่ทำให้ตกใจเท่ากับ "จะเป็นไปตลอดชีวิต" เพราะว่าเป็นโรคที่เป็นแล้วไม่มีทางหาย มีแต่เพียงทำให้บรรเทาอาการเท่านั้น โดยในช่วงแรกนั้น เล่าให้ฟังว่า นอนไม่ได้เลย เพราะว่านอนแล้วจะแสบขึ้นมาถึงคอเลย ต้องนั่งหลับ แน่นอน ว่าเป็นเรื่องที่ทรมานมาก หลังๆก็พยายามรักษาตัวให้พอนอนหลับได้โดยไม่ลำบากมากนัก
โดยสาเหตุก็เป็นอย่างที่เล่าไปแล้วข้างต้นนั่นล่ะครับ โดยมีจุดที่ต้องสังเกตก็คือการกินก่อนนอนนั่นเอง โดยรุ่นน้องได้ให้คำแนะนำ(จริงๆเรียกว่า อุทาหรณ์มากกว่า)ว่า อาหาร หรือ ขนม เราควรกินก่อนเข้านอน ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ถ้าจะให้ชัวร์คือ 4 ชั่วโมง เพื่อให้ระดับน้ำย่อยลดลงไปอยู่ในระดับปกติครับ หากกินแล้วนอนเลย ช่วงนั้นระดับน้ำย่อยยังเยอะอยู่มาก
โดยปกติแล้วกระเพาะเรา ที่ด้านบนจะมีกล้ามเนื้อปิดเพื่อป้องกันกรดไหลย้อนในระหว่างที่เราย่อยอาหาร หรือระหว่างการนอนราบ เพราะว่าในภาวะปกติก็มีน้ำย่อยอยู่แล้ว แต่หากอาหารไม่มากก็มีน้ำย่อยไม่เยอะนั่นเอง แต่สำหรับคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน กล้ามเนื้อดังกล่าวถูกน้ำย่อยทำลายไป ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มที่หรือทำงานไม่ได้ ส่งผลให้น้ำย่อย ไหลย้อนขึ้นมาตามทางเดินอาหารจนถึงคอได้นั่นเอง ซึ่งความอันตรายของมันก็คือ จะทำให้เนื้อเยื่อทางเดินอาหารช่วงคอถูกน้ำย่อยทำลายได้ เพราะว่าลองคิดง่ายๆว่าเรากินเนื้อสัตว์ทั้งชิ้น น้ำย่อยยังสามารถย่อยสลายได้หมด แล้วกับเนื้อเยื่อในคอเราล่ะ จะเหลืออะไร.....
ช่วงแรกนั้น รุ่นน้องผมถึงกับเศร้าไปเลย เพราะว่าอายุเพียง 20 ต้นๆ กับต้องมีโรคที่รบกวนการใช้ชีวิตติดตัวไปจนวันตาย โดยเกิดจากการกระทำตัวเองด้วย ไม่ใช้ฟ้าลิขิตหรือเป็นแบบไม่มีเหตุผลแต่อย่างใด ก็ได้แต่เพียงถ่ายทอดให้คนอื่นได้รู้และป้องกันตัวต่อไป
แล้วคุณล่ะ ยังมีขนม นม เนย อยู่หน้าจอหรือเปล่า ถ้ามีก็เลิกนะครับ แล้วงดกินอาหารก่อนนอน 2-4 ชั่วโมงด้วย เพราะว่าการกินอาหารแล้วนอนจะทำให้เราหลับไม่สนิท และเหนื่อยกว่าปกติอีกด้วย
เนื่องจากต้นฉบับบทความนี้ เขียนไว้เมื่อ 1 เดือน ก่อน ผ่านไปอีก 1 เดือน(เมื่อวาน) มีพี่ที่ office เป็นอีกคนแล้วครับ แต่คนนี้อายุก็พอสมควร มีสามี มีลูกแล้ว แล้วอาการก็ยังไม่หนักมาก แต่ตื่นมาแสบคอ และมีอาการอาเจียนเลยรีบไปหาหมอเลย น่ากลัวจริงๆ ปรับพฤติกรรมกันได้แล้วนะครับ
tag : กรดไหลย้อน, สาเหตุ กรดไหลย้อน, โรคกรดไหลย้อน, it กรดไหลย้อน
