ความคิดง่ายๆ ที่จะทำให้เว็บประสบความสำเร็จได้

ความคิดง่ายๆ ที่จะทำให้เว็บประสบความสำเร็จได้

จะเล่าเรื่องที่เกิดจากตัวอย่างจริงที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว มาเล่าให้ฟังครับ โดยถ้าผมจะบอกว่า ธุรกิจหลายตัวที่ประสบความสำเร็จระดับโลกที่เราได้เห็นกันมาแล้ว นักต่อนัก มีความคิดพื้นฐานง่ายๆ มาจากเรื่องเดียวกัน แต่มันส่งผลกับผู้ใช้ทั่วโลกเป็นอย่างมาก และทำให้มันประสบความสำเร็จในที่สุด

เล่าเรื่องแรกเลย เรื่องนี้ เกิดขึ้น เมื่อ CEO ของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทนั้น เค้าทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขายครับ เค้ามีแนวคิดง่ายๆ ที่สั่งทีมออกแบบว่า "คุณไปออกแบบอย่างไรก็ได้ ให้ใช้งานง่ายที่สุด และมีปุ่มแค่ปุ่มเดียว" แล้วทีมก็ไปออกแบบ แล้วเอามาลอง ซึ่ง แก้กันแล้ว แก้กันอีกกว่าเค้าจะพอใจ ก็ไม่ง่ายเลย จนได้ผลิตภัณฑ์ ที่ขายไปทั่วโลก และเฉพาะสินค้าสองตัวล่าสุดที่ขาย ก็กวาดเงินไป 8 แสนล้านบาท! เดาถูกไหมครับ มันคือ อะไร ถ้าตอบถูกแสดงว่าคุณน่าจะเป็น แฟนของผลิตภัณฑ์นี้ หรือศึกษามาพอสมควร คำตอบมันก็คือ iPhone , iPad ครับ ถ้าได้เคยใช้ จะพบว่ามันมีปุ่มหลักๆที่ interface กับ user แค่ปุ่มเดียวเท่านั้น ดังนั้น ถ้า user ที่ใช้ไม่เป็นเลย ต้องมาเรียนรู้ว่ามันใช้อย่างไร ผมว่าทั่วโลก คงใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้นก็ใช้เป็นแล้ว

ซึ่งผมมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะว่ามันคือ first impression (เหมือนรักแรกพบ) จริงๆมันทำให้เรารู้สึกดีกับมันว่าใช้ง่ายก่อนเลย โดยยังไม่รู้หรอก ว่ามันทำงานอะไรได้บ้าง เพราะว่ากว่าจะรู้ว่ามันทำอะไรได้บ้างนั้นต้องใช้เวลาอีก แต่เรียกได้ว่า ทำลายกำแพงที่คิดว่าจะใช้ยากของคนใช้ได้เลย พอคนเรารู้สึกดี ก็สนใจที่จะเล่นต่อ แล้วพอเล่นแล้วดี ก็บอกต่อ มันก็จะไปของมันได้เรื่อยๆ

หากได้ศึกษาแนวคิดของ Steve Jobs เจ้าของ APPLE จะรู้เลยว่า เค้าซีเรียสเรื่องนี้มาก และนี่เป็นเหตุผล ที่ทำไม iPhone , iPad ต้องทำเป็นระบบปิด คือใครที่จะเข้าไปพัฒนาโปรแกรม หรือเกมส์ในระบบเค้า ก็แทบจะต้องปวารนาตัวให้อยู่ในสาวก APPLE กันเลยทีเดียว แต่นั่นเป็นเพราะ เค้าต้องการคุมคุณภาพทั้งหมดให้ได้ ไม่อย่างนั้นอาจจะมีบางเกมส์ หรือ บางโปรแกรมที่ทำให้เกิด bad experience กับคนใช้งานได้ ซึ่งนั่นคงทำให้ Steve Jobs กุมขมับได้เลย

เรื่องต่อมา เป็นเรื่องของ นักศึกษาคนนึง ที่เค้าได้ไอเดียจากเพื่อน ที่จะทำเว็บคลับ เพื่อรวมกลุ่มคน hi so ในมหาลัย (บังเอิญว่ากลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่เพื่อนร่วมมหาลัยมักจะต้องอิฉฉาในหลายๆเรื่อง และการเข้าร่วมกลุ่มก็ไม่ใช่เรื่องง่าย) ซึ่งตัวเค้าเอง มีเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มเฉยๆ ตัวเองไม่ได้อยู่ในกลุ่มเลย แต่บังเอิญคนในกลุ่ม hi so เห็นความสามารถการทำเว็บของเค้า ตั้งแต่ตอนที่ทำเว็บเล่นกันในมหาลัยจนคนเปิดเยอะจนระบบมหาลัยมีปัญหาเลย เลยถูกดึงเข้ามาจะให้ช่วยทำเว็บ แต่สุดท้ายเค้าเอาความคิดไปต่อยอด และทำเป็นของตัวเอง คนเดียว ตอนเริ่มแรกก็คิดแค่ทำในมหาลัยตัวเองเท่านั้น โดยตัวเว็บ อาศัยการ connection จากเพื่อนสู่เพื่อนไปเรื่อยๆ แต่แนวคิด simple นี้อยู่ตรงที่ว่า เค้ามีความคิดตั้งแต่เริ่มเขียนระบบว่า ทำอย่างไรก็ได้ ให้ใช้ง่ายที่สุด จนรู้สึกดี ที่ได้ใช้ระบบของเค้า จนคนอื่น ก็ต้องไปบอกต่อว่า ไปเจอกันในนี้นะ

จากนั้น ก็ขยายไปมหาลัยอื่น จนข้ามรัฐ จนใหญ่ระดับประเทศ และไประดับโลก จนตอนนี้ มีคนใช้ทั่วโลก 4,000 ล้านกว่าคน จากเงินลงทุนที่ไม่กี่ล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทมีมูลค่า 1.5ล้านล้านบาทไปแล้ว นั่นคือ facebook ครับ 

ถ้าคุณนึกออก จะรู้เลยว่า facebook มีโฆษณาน้อยมาก ก็คือส่วนใหญ่จะอยู่ที่ด้านขวามือเท่านั้น และไม่ใหญ่โต รก เลอะเทอะ เลย (ช่างต่างกับเว็บไทยหลายเว็บ ที่มีโฆษณาแทบจะวางซ้อนๆกันหลายๆชั้น และกระพริบวิบวับจนตาลายไปหมด) รวมทั้งระบบ facebook ที่ทำมาเพื่อรองรับคน 4000 ล้านคน มันใหญ่มาก จนคุณนึกไม่ออกแน่ๆ แต่ว่าเค้าก็ทำให้ระบบแทบจะไม่มี down time เลย รวมทั้งรายละเอียดต่างๆที่เค้าใส่ใจมากๆ ซึ่งคนที่ได้ทำ application บน facebook จะรู้ดีว่า facebook แคร์คนที่ใช้งาน และพยายามทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนใช้มากๆ เรียกได้ว่า ถ้ามีอะไรที่ทำให้ user ของ facebook เกิด negative คนนั้น หรือ ระบบนั้น จะถูกสูบหายไปในทันทีเลย 

จริงๆตั้งแต่ตอนที่เค้าเริ่มทำเว็บ กับเพื่อนสนิทของเค้านั้น เพื่อนเค้าจะหาเงินจากตัวเว็บที่เริ่มจะดัง ด้วยการขายพื้นที่โฆษณา แต่เค้าไม่เห็นด้วย เพราะว่า การที่เว็บไม่มีโฆษณา จะทำให้เว็บของเค้านั้น "Awesome" เพราะว่าเป็นระบบที่เชื่อมโยงเพื่อนเข้ามาด้วยกัน และไม่มีโฆษณาสกปรกมารบกวนนั่นเอง

อีกเรื่อง เป็นเรื่องของ นักศึกษาอีกเหมือนกัน อันนี้ต้องย้อนไปนานหลายสิบปีหน่อย ตั้งแต่ยุดที่ internet ยังไม่ boom เท่าปัจจุบันตอนนั้นประเทศไทยน่าจะนับจำนวนผู้ใช้ internet ได้แบบแม่นๆเลยก็ว่าได้ นักศึกษาสองคนนี้ เค้าคิดจะทำระบบเก็บข้อมูลจาก internet เพื่อให้คนเข้ามาค้นหาข้อมูลได้ จากเค้าแค่ที่เดียว จากคอมพิวเตอร์ตั้งต้นประมาณ 2เครื่องที่ช่วยกันทำงานเก็บข้อมูล จนปัจจุบัน มี server เป็นล้านเครื่องแล้ว และตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่ากำลังครองโลกได้อยู่แล้วด้วย เพราะว่ามีบริการที่แตกแขนงให้คนทั่วโลกใช้อีกมากมายหลายอย่าง ไม่มีใคร ที่ใช้ internet แล้วไม่รู้จักเค้าเลย ผมว่า 99% ของคนใช้ internet ทั่วโลกต้องรู้จัก นั่นก็คือ google นั่นเอง เป้าหมายเค้า ก็อย่างที่บอกว่า เรียบง่าย คือมาค้นข้อมูลที่อยากรู้จากเค้าก็พอ เค้าก็ทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีมาโดยตลอด โดยหน้าเว็บ google.com ไม่เคยมีโฆษณาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ตั้งแต่เริ่มให้บริการจนถึงปัจจุบัน(โฆษณาที่ขึ้นหลังจาก search นั่นไม่นับนะ) แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ หากเป็นเว็บไทย คงเจอโฆษณากระจายเต็มเว้บไปแล้ว

จริงๆ ก็คงมีตัวอย่างอื่นอีก แต่เอาเท่านี้ก่อน เพราะเดี๋ยวจะยาว กลายเป็นบทความเล่า ประวัติไปซะ ก็คือ หากสังเกตุดีๆแล้ว แนวคิดของแต่ละคน ที่อาจจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มีแนวทางเดียวกัน ก็คือ ตั้งใจนำเสนอในสิ่งที่เรียบง่าย และคำนึงถึงคนใช้งานเป็นหลัก นั่นล่ะครับ key success เพราะว่าลองคิดเอาง่ายๆ ว่าถ้าเราทำเว็บขึ้นมา โดยคำนึงแต่ความอยากของเจ้าของเว็บ โดยไม่คิดถึงคนใช้ว่าอยากได้อะไร ก็เชื่อได้ว่า คงเป็นเว็บที่มีเจ้าของใช้คนเดียวนั่นแหล่ะเพราะว่าถ้า user เข้ามาเล่นแล้วไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เว็บนั้นก็ไม่มีค่ากับเค้าหรอก 

มันก็เหมือนกับการสร้าง brand value ให้กับผู้บริโภคนั่นล่ะ เพราะว่าถ้าเว็บเราไม่มี brand value  user ก็จะเป็นแค่คนที่เข้ามาและผ่านออกไปเท่านั้น จะประสบความสำเร็จ ก็คงยาก

แล้วแนวคิดที่เรียบง่ายนี้ ไม่ได้ใช้ได้กับการทำเว็บอย่างเดียวเท่านั้น เพราะว่าอย่างตัวอย่าง iphone ก็เป็นหนึ่งในนั้น และไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเว็บด้วย แต่เชื่อหรือไม่ว่าแนวคิดที่เรียบง่ายนี้แหล่ะ ที่ทำได้ยาก และเจ้าของเว็บส่วนใหญ่ก็มักจะมองข้ามมันซะด้วย หรือหนำซ้ำยังทำให้เจ้าของเจ็บปวด เจ็บตัว และเสียตังค์อีกต่างหาก ดังนั้นเพียงแค่คุณลองหันกลับมามองความต้องการของ user แล้วก็จะสามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ตัวคุณเองได้ ไม่มากก็น้อยล่ะครับ มันคือส่วนหนึ่งของการลงทุนถ้าต้องการความสำเร็จ

แล้วตอนนี้คุณทำเพื่อตอบสนองตัวคุณเอง หรือผู้ใช้ คุณเลือก หรือแก้ไขมันได้นะครับ ไม่มีคำว่าสายเกินไป

Create: Modify : 2011-07-22 09:47:08 Read : 6609 URL :