Technic เพื่อการ Code ที่เร็วขึ้น

Technic เพื่อการ Code ที่เร็วขึ้น

หลายคน ต่างก็มี เครื่องมือ และเทคนิคในการเขียนเว็บ ในแบบต่างๆมากมาย เพื่อโดยทั้งนี้ ทุกคนก็มีจุดมั่งหมายเดียวกัน คือ ทำให้เสร็จ ทำให้เร็ว ทำให้ดี และจะรู้หรือไม่ว่า เราจะเอาสิ่งที่คนอื่นเค้าทำไว้แล้ว มาประยุกต์ เพื่อเพิ่มความเร็วของเราได้อย่างไร

Zen Coding

เป็นการนำเอา CSS มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการแปลงกลับมาเป็น HTML structure โดยเขียนแค่ CSS แล้ว convert มาเป็น HTML ได้ทันทีโดยใช้ Zen coding

ตัวอย่างเช่น เราเขียน

div#page>div.logo+ul#navigation>li*5>a

เมื่อแปลงออกมา เราก็จะได้ โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาเขียน html tag เลยแม้แต่น้อย

<div id="page">         <div class="logo"></div>         <ul id="navigation">                 <li><a href=""></a></li>                 <li><a href=""></a></li>                 <li><a href=""></a></li>                 <li><a href=""></a></li>                 <li><a href=""></a></li>         </ul> </div>

 โดย zen coding จะทำงานร่วมกับ IDE ที่เราใช้นะครับ (IDE คืออะไร) เราเพียงแค่พิมพ์ css ตามแบบตัวอย่าง แล้วเรียกใช้ plug in IDEก็จะทำการแปลงออกมาเป็น HTML ให้ทันทีเลย เราไม่ต้องเสียเวลามากมายเพื่อพิมพ์เลย ลองดู VDO ตัวอย่างการใช้ Zen Coding

การแบ่ง พื้นที่การ Coding

ถ้าเป็นคนที่ได้เขียนโปรแกรมมาเยอะๆ จะรู้เลยว่า โปรแกรมไหนที่มี tab จะทำงานได้เร็วขึ้น (เมื่อเทียบกับโปรแกรมพวก notepad, notepad++) เพราะว่าช่วยลดความสับสนในการสลับหน้าจอ coding ได้ และยังไม่เพียงแค่นั้น หากโปรแกรมไหน ที่สามารถแบ่งพื้นที่การ coding ได้อีก ก็จะเพิ่มความเร็วได้อีก เพราะว่าลองนึกถึงกรณี ที่เราเขียนหน้ารับ form กับหน้าส่ง form ที่ตัวแปรทั้งสองหน้าจะต้อง match กัน การสลับไปมาสอง page คงไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกนัก


ตัวอย่างที่ผมใช้คือ Netbean สามารถ split work space ได้เยอะเลย

การจัดเก็บ Source Code

เรามักจะมีการเขียน function ที่ใช้งานซ้ำกันในงานต่างๆกันอยู่เสมอ คงจะไม่ดี หากว่าเราต้องคอย ไปค้นจากงานเก่าเพื่อ copy มาใส่งานใหม่ คงจะดีกว่า หากเรามีที่เก็บ Source code ที่ดี

ในส่วนนี้ผมใช้โปรแกรม organizer ครับ ที่ทำงานได้เร็วและโปรแกรมก็เล็กนิดเดียวพกไปได้ทุกที่ เพียงแต่ว่าการเอาไปใช้ อาจจะต้องแบ่งหมวดหมู่ที่ดีสักหน่อย

ซึ่งการใส่ใจในการจัดเก็บ ให้ดี และชัดเจน จะช่วยเราสามารถเอามาใช้ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องขึ้นอีกเยอะครับ ก็จะลดเวลาลงไปได้อีก

เลือก Editor ที่ดี

อันนี้ มันมีปัจจัยการเลือก เยอะพอสมควรครับ ไม่ว่าจะเป็น  OS, ภาษาที่ใช้, หน้าตาที่ชอบ และปัจจัยที่สำคัญคือ สามารถตอบโจทย์คนนั้นได้หมดหรือไม่

สำหรับที่นิยมในการเอามาเขียนเว็บ ก็คงหนีไม่พ้น Aptana, Netbean หรือแม้กระทั่ง Dreamweaver ด้วยก็ตาม ทั้งนี้บอกได้แต่เพียงว่าต้องลองด้วยตัวเองเท่านั้นครับ สำหรับผม Netbean ครับ เพราะว่า Aptana มันช้าเกินไป ส่วน Dreamweaver ผมไม่ซื้อ license เลยไม่ใช้ครับ(เพราะมันไม่ใช่ของฟรีนะ)

หาตัวช่วยเพื่อความเร็ว

ตัวอย่างเช่นหากเราใช้ Netbean แล้วเขียน php จะพบว่า มันมี complete syntag ขึ้นมาช่วยเวลาเราพิมพ์เสมอ หรือแม้กระทั้งคนที่ใช้ Zend framework มันก็อำนวยความสะดวกในการเรียก syntag ของ zend มาแสดงให้เราได้เลย จะได้พิมพ์ได้เร็วขึ้นได้อีก หรือบางอย่างที่เป็นชุดคำสั่งยาวๆ เยอะๆก็เรียกมาใช้ได้ง่ายๆ อันนี้ก็ต้องตามหากันตามที่ระบบแต่ละคนใช้งาน

ตามเก็บ bug ด้วย Firebug

คงมีหลายคน ที่เวลาเขียน javascript หรือส่วนแสดงผล แล้วก็สั่งแสดงผลที่หน้าเว็บ ถ้ามีข้อผิดพลาดที่พบ ก็ไปแก้โค้ด แล้วมา refresh สลับไปมาอย่างนี้เรื่อยๆ จนกว่าจะเกาถูกที่คัน แต่ว่าจะดีกว่ามั้ยถ้าเราเข้าไปตรวจสอบข้อผิดพลาดได้ตรงจุดและรวดเร็ว โดยใช้ firebug ซึ่งเป็น Add on ตัวหนึ่งของ firefox นั่นแปลว่า คุณต้องใช้ firefox แล้วโหลด firebug มาติดตั้ง จึงจะใช้ได้ โดยตัวอย่างนี้เป็นการ ทดสอบการใช้ firebug เพื่อสั่ง javascript ผ่าน console และ เป็นการจิ้มเพื่อดู element ต่างๆในหน้าเว็บได้ทันที อ่านเพิ่มเติมเรื่อง firebug

ซึ่งผมก็ใช้มาโดยตลอดครับ ช่วยงานได้เยอะจริงๆ

อย่าทำงานซ้ำซาก

อย่างที่บอกกันตั้งแต่ต้น ว่าเราจะเพิ่มความเร็วในงานของเรา แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องระลึกคืออย่าทำซ้ำๆซากๆ ตัวอย่างง่ายๆก็คือเวลาที่เราเขียนเว็บใหม่ เราจะเริ่มเขียนตั้งแต่ 0 นั่นล่ะครับ เรียกว่าที่ทำซ้ำซาก เพราะว่าเราสามารถเอาระบบพื้นฐานต่างๆ ที่เราเคยเขียนไว้แล้ว มาใช้ซ้ำได้  ถึงแม้ว่าระบบต่างๆจะไม่เหมือนกันเลย แต่การเอาระบบที่เราเคยเขียนมาใช้ซ้ำ ถึงต้องแก้ แต่ก็สามารถลดเวลาเราได้เยอะเลย

Create: Modify : 2010-10-26 08:06:27 Read : 6957 URL :