แบ่งหมูกระทะนี้ให้น้อง

แบ่งหมูกระทะนี้ให้น้อง

เล่าย้อนไปต้นเรื่องสั้นๆว่า จากเดิมที่ mindwebhost.com มีโครงการ mindwebhost ปันคืนสู่สังคม มานานหลายปีแล้ว และถึงคิวของ บ้านเด็กเร่ร่อน (บ้านครูมุ้ย) แต่ผมก็ไม่มีเวลาไปสักที เมื่อวาน ได้เปิด เว็บ และ facebook ไปดู ถึงได้เห็นว่า น้องๆเค้าอยากกิน หมูกระทะกัน เพราะว่ามีน้องบางส่วนที่เคยได้กินกันไม่กี่คน แต่น้องๆอีกหลายคนยังไม่เคยกิน ดังนั้นแล้ว อย่ารอช้า โทรไปเลยครับ แล้วครูก็ดีใจใหญ่เลย ที่จะมีคนมาเลี้ยงหมูกระทะน้องๆแล้ว เลยรีบโทรไปสั่งร้านเค้าเลย ชุด ละ 300 ครูบอกว่า น่าจะต้อง 6 ชุด เพราะน้องๆมีประมาณ 30 คน ก็โอเคตามนั้น ตอนนั้นบ่าย 3 โมงแล้ว แล้วผมก็แจ้งว่า จะเข้าไปประมาณ 16.30 น. ไม่เกินนี้

พอดีว่าต้องไปตรวจร่างกาย เพื่อขอใบรับรองแพทย์ เพื่อใช้ประกอบการเข้าทำงานที่บริษัทใหม่ก่อนครับ เลยไปถึงบ้านครูมุ้ยประมาณ 16.30น. ปรากฏน้องๆ นั่งรอกันนานเลย คือครูมุ้ยบอกว่า เนี่ย ครูก็สั่งให้มาส่ง 16.30 แต่ร้านเค้าตื่นเต้น เลยรีบมาตั้งแต่ 16.00 น. ซะงั้นเลย

ภาพที่เห็น ก็คือ น้องๆ มานั่งล้อมวง เตรียม จาน ช้อน ส้อม ตะเกียบ ผัก หมู เรียบร้อยแล้วกับ หินก้อนนึงวางอยู่ (เอาไว้รองเตา) แต่ยังไม่มีเตา แล้วครูก็บอกว่า จุดก็ไม่ค่อยเป็น แต่จุดมาได้เตานึงแล้ว น้องๆก็เลยได้เริ่มไปเตานึง แต่เตาอื่นๆล่ะ ? ภาพที่ผมเห็นก็คือ พี่เลี้ยง (คนนี้กำลังตั้งครรภ์ด้วย) กำลังจุดไฟเพื่อจะเผาถ่านเพิ่ม ผมเห็นดังนั้น เลยรีบเข้าไปช่วยพัด เพื่อให้เค้าไม่ต้องลำบาก กว่าจะติดได้ครบทั้ง 5 เตา เล่นเอาเหงื่อไหลเป็นน้ำเหมือนกัน 555 แต่ไม่เป็นไร เพราะว่า ตั้งใจทำแล้ว ก็ต้องเต็มที่ครับ เราอยากให้น้องๆเค้าได้กิน ก็ต้องบริการเต็มที่

จุดเตา

จากนั้น น้องๆก็ได้อิ่มเอมกับ หมูกระทะ ที่บางคนอาจจะมองว่า มันข้างถนนมากๆ ระดับนี้กินไม่ลง ต้องไปกินร้านปิ้งย่างที่อยู่ในห้างเท่านั้น อะไรเหล่านี้ แต่ผมว่า สำหรับน้องเค้าแล้ว มันต้องเป็นมื้อที่พิเศษมากๆมื้อนึงแน่นอน เพราะว่า น้องกินซะเกลี้ยงเลย แทบไม่เหลืออะไรทิ้งเลย ครูก็บอก น้องๆเหล่านี้ กินง่ายอยู่ง่ายอยู่แล้ว ผมได้เห็นแค่นั้นก็ดีใจแล้วล่ะครับ (แต่แอบสงสารน้องบางส่วน กินไม่ค่อยเป็น ปิ้ง สุกบ้างไม่สุกบ้าง ซึ่งเตาไม่ดีไม่มีช่องให้อากาศหมุนเวียนทำให้ ถ่านไม่ร้อนเท่าที่ควร ผมเองก็ไม่สามารถดูแลตรงนั้นได้)

เอร็ดอร่อย

ระหว่างที่น้องๆกินกันไป ก็ได้พูดคุยกับครูบ้าง (จริงๆผมก็รู้ background มาระดับนึงแล้ว เพราะเคยมาครั้งหนึ่ง เมื่อตอนปลายปี 54) สรุปรวมๆก็คือ น้องๆเหล่านี้ เกือบทั้งหมดเป็นต่างด้าว หรือว่า บางส่วนเป็นคนไทย ที่ไม่มีใบเกิด พ่อและแม่ค่อนข้างยากจน ไม่สามารถเลี้ยงดู หรือดูแลได้ดีเพียงพอ ประกอบกับแถวนั้น มีสิ่งมอมเมาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ร้านเกม เหล่านั้นส่งผลไม่ดีต่อเด็กๆเลย ครูก็เลยต้องมาดูแลเด็กๆเหล่านี้แทน เหมือนเป็นพ่อแม่คนที่สองเลยก็ว่าได้ และไม่ใช่เลี้ยงธรรมดา ก็ต้องส่งให้ไปเรียนหนังสือ เรื่องค่าเทอม ค่าชุด ก็ได้ทุนบ้าง ติดเค้าไว้ก่อนบ้าง ตามที่พอจะมีในตอนนั้นๆ


ผมก็ถามว่า แล้วมี case ที่โตพอที่จะออกไปใช้ชีวิตเองได้หรือเปล่า ครูบอกก็มี บ้างก็ไปทำงานมีเงินเดือนพอกินใช้ บ้างก็ขอกลับมา เพราะท้อง.... (ครูเล่าว่า เนื่องจากไปได้แฟนติดยา สุดท้ายแฟนโดนจับ ก็เลยระเห็ดกลับมา หรือบางส่วน ไปติดยาซะเอง แล้วไปขายบริการเพื่อหาเงินมาซื้อยา สุดท้ายท้อง วนไปเวียนมาอยู่แบบนี้)


บางคน ก็เป็นเด็กเร่ร่อนเต็มตัว ไม่มีเอกสารหลักฐานอะไรเลย เพราะว่าพ่อแม่ถูกจับติดคุก ก็เหลือตัวคนเดียวบ้าง เหลือสองคนพี่น้องบ้าง บางทีไปใช้ชีวิตข้างนอก ก็โดนเด็กไทยนี่แหล่ะ แกล้ง เพราะว่าเด็กต่างด้าวเหล่านี้ ไม่สามารถแจ้งตำรวจจับ หรือทำอะไรเด็กพวกที่ชอบแกล้งได้ ก็จะทำให้เป็นปมกันไปอีก มีเคสนึงเล่าให้ฟังว่า ไปถูกเด็กโตเอาหมาให้กัดหน้า เป็นแผลเหวอะไปเหมือนกัน อะไรเหล่านี้ ถ้ามองภาพรวมๆ มันก็คือ ปัญหาของสังคมเลยนี่แหล่ะครับ แต่..... ถ้าพิจารณาดีๆ ปัญหาเรื่องนี้ น้องๆก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน เพราะว่าน้องๆเหล่านี้ไม่สามารถเลือก ที่จะไม่เกิดได้ เมื่อเค้าเกิดมาแล้ว น้องๆเกิดมาไม่มีโชคกันเพราะสภาพแวดล้อมที่เป็นแบบนั้น ไม่สามารถหล่อหลอมให้น้องโตขึ้นมาเป็นคนที่ดีได้อย่างแน่นอน


ครูเล่าเพิ่มว่าตอนนี้ ก็มีไปสอนน้องๆที่ ซอยอุดมสุข 60 อยู่ด้วย อาทิตย์ละครั้ง เพราะว่าเด็กเหล่านั้นเป็นลูกคนงานก่อสร้าง ซึ่งคนงานก่อสร้างเนี่ย เค้าจะเดินทางไปก่อสร้างทั่วประเทศไทย ขึ้นอยู่กับงานนั้นสร้างที่ไหน เสร็จที่หนึ่งก็ไปอีกที่หนึ่ง ดังนั้น เด็กเหล่านี้ก็ต้องติดตามพ่อแม่ไป  ทำให้ไม่มีโอกาสได้เรียนเลย


ผมเองก็ได้แต่ฟังแล้ว คิดตาม ไม่สามารถช่วยคิดแก้ปัญหาอะไรได้ และสิ่งที่ครูทำเอง ก็เป็นการช่วยป้องกันปัญหาที่จะเกิดกับเด็กกลุ่มเล็กๆเหล่านี้ในอนาคตเท่านั้นเอง ไม่มีแรงพอที่จะแก้ไขอะไรที่เป็นองค์รวมได้ เพราะอย่างที่บอก เด็กไม่ใช่คนผิด เราแก้อะไรที่เด็กไม่ได้ ต้องแก้ที่ผู้ใหญ่ นั่นแหล่ะที่ยากกว่า เราจะแก้ผู้ใหญ่เหล่านั้นได้อย่างไร?

สรุปท้าย หลังจากที่น้องๆอิ่มหนำสำราญกันหมดแล้ว ผมก็ขอตัวกลับ และมอบเงินให้เอาไว้ 2,500 บาท เพื่อให้เป็นทุนรอนช่วยเหลือน้องๆต่อไปด้วย (แต่ในนั้นก็เป็นค่าหมูกระทะมื้อนี้ไปซะ 1,800 และ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ช่วยอะไร)


อ้อ ครูเป็นห่วงอีกเรื่องนึง ก็คือ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของการเรียนแล้ว ดังนั้น ตั้งแต่วันเสาร์ 12 ต.ค. 2556 นี้ น้องๆก็จะอยู่ที่บ้านกันทั้งวันแล้ว ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกอย่างมาก เพราะว่าปกติ ก็จะหนักแต่มื้อเย็น เพราะมื้อกลางวันจะกินที่โรงเรียน แต่ตอนนี้ จะต้องดูแล 3 มื้อแล้ว ดังนั้นน่าจะหนักอีกมากเลย และครูเองก็ไม่มีแหล่งสนับสนุนเงินอย่างเป็นทางการ เพราะไม่ได้เปิดเป็นมูลนิธิ หรือ สถานสงเคราะห์อย่างเป็นทางการ (ครูเองก็ไม่น่าจะมีกำลังพอที่จะทำขนาดนั้นได้ด้วยตัวคนเดียว)

สอบถามก็คือ มื้อเช้า น้องๆจะได้กินนม ส่วนมื้อเย็น ก็ขึ้นอยู่กับช่วงนั้น มีอะไร มากน้อยอย่างไร พี่เลี้ยง ก็จะเป็นคนทำให้น้องๆได้กินกัน (ก็จะคล้ายๆกับกินตามมีตามเกิดก็ไม่ปาน แต่น้องๆเหล่านี้ก็กินอยู่ง่ายๆอยู่แล้ว) ดังนั้น ใครที่อยากช่วยเหลือน้องๆให้อิ่มหนำ ด้วยการบริจาคนมกล่องก็ได้นะครับ UHT นี่แหล่ะ ให้น้องๆได้กินตอนเช้า หรือ จะเป็นอาหารมื้อเที่ยง หรือมื้อเย็น จะเข้าไปเลี้ยง หรือ จ่ายเป็นเงินให้ที่บ้านทำให้ก็ได้เหมือนกัน (ถ้าจ่ายเป็นเงิน ครูขอมื้อละ 3,000 บาท เพราะว่า เงินส่วนเกินจะได้เป็นทุนรอนสำหรับมื้อต่อๆไปด้วย)

ผมยังคิดว่าจะทำอาหารไปเลี้ยงน้องๆเค้าอยู่เลย แต่ทำไม่ไหว น้องๆมีกันเยอะเหลือเกิน แล้ว ผมไม่มีรถยนต์ขนไปด้วย แต่ถ้าไปซื้ออาหารดีๆอร่อยๆ ให้น้องๆได้กินกัน อันนั้นก็ไม่แน่ครับ พอเป็นไปได้อยู่

ภาพสุดท้าย ตอนจะกลับ (กำลังง่วนกับการล้างจาน และบางส่วนก็วิ่งเล่นกันระเบิดเถิดเทิง)

เอาไว้วันไหนครึ้มๆขึ้นมาอีก แล้วก็จะแวะไปอีกอย่างแน่นอนครับ พร้อมกับของอร่อยๆ ให้น้องๆได้กิน เหมือนอย่างที่เราๆท่านๆกินกันนี่แหล่ะครับ

อ่านรายละเอียด บ้านเด็กเร่ร่อน และการติดต่อต่างๆได้ที่ http://www.bandekraeron.com/ หรือโทร 083 233 1536 สำหรับสถานที่ตั้ง มีในเว็บครับ หลักๆก็คือ อยู่หลัง อิมพีเรียล สำโรง ถ้าเปิด google map ตามนี้ครับ 

อ้อ เกือบลืม ให้น้องๆได้อิ่มหนำ แต่ก็ต้องไม่ลืม พระที่บ้านเช่นกัน ก็คือ พ่อ และ แม่ เดี๋ยวเสาร์นี้ ผมก็จะกลับบ้าน พาไปเลี้ยงเช่นกันครับ 

ถ้าทุกคนลองแบ่งส่วนนึงของชีวิตตัวเองให้คนอื่น ไม่ต้องมากหรอก โลกนี้ก็จะดีขึ้นอีกมากๆแล้วครับ

Create: Modify : 2013-10-08 20:12:28 Read : 2417 URL :