สอบใบขับขี่ จักรยานยนต์ เก็บให้ครบทุกบัตร

สอบใบขับขี่ จักรยานยนต์ เก็บให้ครบทุกบัตร

หลังจากที่ไปสอบใบขับขี่รถยนต์มาแล้วเรียบร้อย คราวนี้ก็เป็นคราว สอบใบขับขี่จักรยานยนต์ บ้างแล้ว จริงๆผมพลาดไปครับ เพราะว่าคนที่ต้องการสอบสองใบสามารถแจ้งความจำนงค์ได้ตั้งแต่แรกเลย แล้วจะเสียเวลาทำทั้งสองใบเพียงสองวันเท่านั้น (ถ้าไม่ตกอะไรเลยนะ) แต่ทีแรกผมคิดว่า ยังไม่จำเป็นหรอก เพราะว่าสอบมาก็คงไม่ได้ขับหรอก เจ้าจักรยานยนต์น่ะ แต่ผ่านไป อาทิตย์เดียว เริ่มคิดว่าหรือว่าเราจะต้องเริ่มขับซะแล้ว เพราะว่ารถในกรุงเทพมันติดจริงๆนะ ผมต้องเดินทางไปทำงานที่ใหม่ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ในระยะทาง เพียงแค่ 10 กิโลเมตร!! มันคงไม่ดีเท่าไร หากว่าผมได้ขับจักรยานยนต์แล้วเอาเวลาที่เหลือไปทำอย่างอื่นน่าจะดีกว่าไม่น้อยนะ เลยเป็นเหตุที่ต้องให้ไปสอบใบขับขี่จักรยานยนต์นั่นเอง จริงๆไม่สอบก็ได้ ขับเลยก็ได้ แต่ว่าถ้าโดนจับค่าปรับ 1,000 บาทเลยนะ ไม่คุ้มๆ

เข้าเรื่องเลยดีกว่า ก็คือ ผมไปสอบใบขับขี่ โดยอาศัยสิทธ์การยกเว้นอบรม เนื่องจากมีใบขับขี่รถยนต์อยู่แล้ว ก็ใช้คู่กันเลย สำหรับ case ผม ที่ต้องเตรียมไปก็คล้ายกับการสอบใหม่นั่นแหล่ะ แต่ต่างตรงที่ว่าต้องเอาใบขับขี่รถยนต์ กับสำเนาไปเพิ่มด้วย ดังนั้นเอกสารมีดังนี้

  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. ใบรับรองแพทย์
  3. สำเนาใบขับขี่ ที่มีอยู่และไม่หมดอายุ
  4. บัตรประชาชนตัวจริง และ ใบขับขี่ตัวจริง

สำหรับคนที่ผ่าน ค่าทำบัตร 155 บาท ก็เตรียมเอาไว้จ่ายตอนทำบัตร กับค่ารถจักรยานยนต์เช่า 50 บาท สำหรับคนที่ไม่มีรถมา ต้องเช่าครับ หรือว่ายืมเพื่อนเอาก็ได้ นอกนั้นไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร ผมจะเขียนไล่เรียงตามเวลาไปนะครับ

08.02 ถึงขนส่ง

รู้สึกว่าตัวเองมาสาย เพราะว่าตอนมาสอบขับรถมาเช้ากว่านี้ แต่ว่า กลายเป็นมาเช้าไปซะอย่างนั้น 

08.08 ส่งเอกสาร

ส่งเอกสารแล้ว ก็ให้เรามานั่งรอ โดยที่ไม่ให้อะไรเรากลับมาเลย เค้าบอกว่า ให้ไปนั่งรอ เดี๋ยวเรียกตอน 09.30น. นั่นล่ะครับที่ผมบอกว่า เหมือนจะมาเช้าไป แต่มาก่อนก็ดีแหล่ะ

09.20 ได้บัตรคิว 

เรียกชื่อเราให้ไปรับบัตรคิว พร้อมเอกสารคืนมา โดยจะมีใบคำร้องติดมาด้วย เค้าใช้เวลาที่เราส่งเอกสารไปพิมพ์ใบคำร้องให้เราไงครับ เลยต้องรอนาน ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงให้เขียนกันเอง อันนี้เค้าพิมพ์ให้เลย เรามีหน้าที่แค่เซ็นต์ชื่อ ใส่เบอร์โทรเท่านั้น เมื่อได้บัตรคิวเป็นสีขาวมาแล้ว แล้วก็ให้ไปนั่งรออีก เพื่อรอเข้าห้องทดสอบร่างกายต่อไป

10.10 เข้าห้องทดสอบ

การทดสอบนั้น เหมือนกับของ รถยนต์ไม่ผิดเพี้ยนครับ ห้องเดียวกัน เครื่องเดียวกัน คนคุมสอบเดียวกัน ที่ช้าต้องรอนานกว่าจะได้เข้ามาสอบ ก็เพราะว่าเค้าจะต้องทดสอบคนที่มาสอบเพื่อไปอบรมต่อให้เสร็จก่อน(ทำใหม่) ดังนั้นคนที่ได้ยกเว้นจึงต้องนั่งรอ เพราะว่าจะใช้เวลาน้อยกว่า อันเนื่องมาจากตัดขั้นตอนการอบรมออก

10.40 เมื่อผ่าน เอาเอกสารไปยื่นหน้าห้องสอบข้อเขียน ชั้น 3

อีกครั้งครับ ถ้าเราผ่าน ก็เอาเอกสารมาวางไว้หน้าห้องสอบ e-exam เลย เพื่อรอสอบข้อเขียนต่อไป ตรงนี้แหล่ะครับ ที่หลายคนประมาท เพราะว่าคิดว่าง่าย หลายคนไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน มาอ่านเอาหน้าห้อง ส่วนผมเอง ยังดีว่าครั้งที่แล้วตอนนั่งฟังแล้วจดเอาไว้ เลยเอามาทบทวนไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว แอบสงสารเหมือนกัน คนที่ได้รับการยกเว้น แทนที่จะเร็ว วันเดียวจบ หากตกข้อเขียน ก็ต้องมาสอบใหม่อยู่ดี เสียเวลาเพิ่มอีก ดังนั้น คนที่ไม่แน่ใจ คุณต้องเลือกครับ ว่าจะเสียเวลาสองวัน โดยอบรมวันนึง แล้วมาปฏิบัติอีกวันนึง หรือ จะวัดไปเลย วันเดียว ถ้าไม่ผ่านค่อยมาซ่อม แต่ว่าตัวเลือกนี้มีข้อเสียตรงที่ว่า ถ้าไม่ผ่านครั้งที่ 1 แล้วจะแน่ใจอย่างไร ว่าครั้งที่ 2 จะผ่าน หรือ สาม สี่ ... เหอๆๆๆ

ผมสอบใช้เวลาประมาณ 7 นาทีเท่านั้น และเสร็จคนแรกของห้อง หลายคนก็มองตาโต ห๊ะ มันทำได้ไง ผมก็แอบคิดในใจ โถพี่ ของผมนี่เสียเวลาไปเยอะแล้ว นั่งอบรมเต็มวันไปแล้ว จดอีกต่างหาก ขอผ่านๆไปเถอะ คราวนี้ ได้ 27/30 ครับ ความรู้เริ่มถดถอยแล้ว เหอๆๆๆ แต่ก็ยังผ่าน

เมื่อสอบข้อเขียนผ่านแล้ว ให้เอาเอกสารต่างๆ ไปยื่นช่อง 11 ชั้น 1 แล้วเจ้าหน้าที่จะให้บัตรคิว เพื่อไปสอบขับเรามา ซึ่งตอนนั้นก็เป็นคิวบ่ายแล้วครับ (ทำใจอยู่แล้ว ว่าต้องบ่ายแน่นอน) ก็ออกไปกินข้าว กินน้ำให้สบายใจ แล้วนั่งพัก ทำใจ ทำอะไรก็ได้ ฆ่าเวลา รอ บ่ายโมงตรง ผมทำข้อสอบเสร็จเร็ว ประมาณ 11 โมงครึ่ง ก็เลยพักยาวเลย จะหลับเอาซะให้ได้ น่าเบื่อมากกับการรอคอยครับ

13.00 เอาบัตรคิวไปยื่น 

เมื่อประตูสนามสอบขับขี่เปิด เราก็เอาบัตรคิวพร้อมเอกสารไปยื่น ฟังเจ้าหน้าที่อธิบาย การสอบ ท่าขับ เส้นทาง ไม่มี demo ให้ดูนะ แค่ให้เดินไปดูทางตรงกรวยเท่านั้น ว่าต้องขับทางไหนอย่างไร สำหรับคนที่มีจักรยานยนต์มา ก็เอามาจอดในสนามรอไว้เลย คนที่ไม่มี จะเช่าก็จ่ายมา 50 บาท แล้วพร้อมแล้วหยิบหมวกกันน๊อคแล้วเริ่มได้เลย ผมก็หยิบแล้วเดินไปเลย รถให้เช่ามีสองคัน auto กับ manual ผมเลือก auto อย่างไม่รอช้า 555 แล้วก็ขับเข้าสนามไปเลย ตื่นเต้นมากๆ รถก็ค่อนกลางไปทางเก่า ต้องบิดลึกๆแล้วล่ะครับ ไม่ตอบสนองตามมือเป๊ะๆ แต่ก็พยายามจับน้ำหนักให้ได้ สำคัญมากๆ อย่าขับเพลินๆเด็ดขาด เพราะว่าตอนที่เข้าช่วงที่เป็นกรวย จะต้องคุมความเร็วให้ดี ดังนั้น ตั้งแต่เริ่มขับ ให้เรียนรู้ระยะบิดให้ดีๆเลย บิดแค่ไหนความเร็วเท่าไร อย่าเพลิน ย้ำอีกที

ก็ไม่มีอะไรมาก ขับไปหยุดตามป้าย ไฟเลี้ยวต้องเปิดให้ครบ และถูกต้อง เท่านั้นเอง ที่มันจะยากคือ ขับเข้าช่วงที่วางกรวยเรียงๆ กว้างประมาณ เมตรกว่าๆเป็นรูปตัว Z แล้ว U turn ออกมาก็จะพบกับกรวย วางเรียงให้เราขับซิกแซก ไอนี่ล่ะครับที่ยากเลย ถ้าเราขับเร็วไป ชนครับ ถ้าเราขับช้า เราก็จะเสียหลักเอาขาลงพื้น ซึ่งไม่ผ่านทั้งคู่นะครับต้องไม่ชน ขาห้ามลงพื้น ห้ามหยุด ผมก็มีเสียหลักเหมือนกัน แต่ยังไม่เอาขาลงพื้น ก็เพิ่มความเร็วนิดหน่อย เกร็งสุดๆ แต่ก็ผ่านมาได้ครับ

ผ่าน ก็ขับมาจอดที่เริ่มต้น คนอื่นที่เช่าต่อก็เอารถต่อจากเราไปขับต่อ แล้วเรามาลงชื่อเอาไว้ รับเอกสารกลับไป ทำบัตร ที่ช่อง 18 ถ่ายรูป จ่ายเงิน 155 บาท เป็นอันจบครับ

สำหรับตัวผมเอง นี่เป็นการขับจักรยานยนต์ครั้งที่ 2 ในชีวิต ครั้งแรก ที่เกาะล้านเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ตอนไปเที่ยวครับ ผมแนะนำว่า ให้ลองยืมเพื่อนมาขับ มาซ้อมการทรงตัวก่อนนะครับ ลองขับซิกแซกดู จากกว้างๆค่อยๆแคบเข้ามาเรื่อยๆ จะได้ชินครับ กรวยซิกแซกห่างกันประมาณ 1.5-2เมตรได้ครับ ไม่ได้ยากเกินไปนัก ช่วงบ่ายที่ผมสอบ มีจักรยานยนต์ 5 คนไม่ผ่าน 1คนขับชนกรวยอันรองสุดท้าย จริงๆผมนั่งดูเค้าอยู่ เค้าเสียหลักก่อน เอาขาลง ซึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าขับช้าไป แล้วพอผ่านมาก็เลยบิดแรงไปนิด ก็เลยพุ่ง แล้วคุมความเร็วพลาดก็เลยชนไป

สำหรับผมก็ถือว่า จบโดยสมบูรณ์แล้ว ใบขับขี่ รถยนต์ จักรยานยนต์ ได้มาแล้วเรียบร้อย แต่เดี๋ยวลองดูก่อน ว่านั่งรถเมลไปทำงาน-กลับหอ 1-2อาทิตย์เป็นอย่างไรบ้าง ถ้าไม่ไหวจริง คงต้องไปซื้อมอเตอร์ไซค์ล่ะครับ รถติดเกิน

Create: Modify : 2012-11-27 23:32:46 Read : 14806 URL :