เมื่อวันที่ชีวิต เดินมาถึงจุดเปลี่ยน

เมื่อวันที่ชีวิต เดินมาถึงจุดเปลี่ยน

หากยังจำเรื่องที่เล่าก่อนหน้านี้ได้ว่า เปลี่ยนความคิดชีวิตก็เปลี่ยน ซึ่งก็ได้ตัดสินใจลาออกจากที่เก่าครับ มาวันนี้ เป็นวันแรกที่เริ่มงานกับที่ใหม่ ก่อนนี้บอกตามตรง ยังคิดหลายตลบ ว่าเราจะเข้าไปทำงานที่ใหม่เพื่ออะไรแน่? จนตัดสินใจได้เมื่อวันก่อนเอง สรุปว่า เข้าไปเพื่อเรียนรู้ครับทุกอย่างเลย เพราะว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ให้ตัวเอง เพื่อให้แข็งแรงขึ้นไปอีกครับ โดยคิดไปว่า เข้าไป คือการเรียนรู้ เงินเดือนคือกำไร เท่านั้นเองครับ ส่วนจะอยู่ได้นานแค่ไหน วันเดียวยังตอบไม่ได้ครับ ดูกันต่อไป

เริ่มต้นที่ตื่นมาแต่เช้า 06.30 ซึ่ง เช้ากว่าปกตินั่นล่ะครับ เมื่อคืนนอนดึกด้วย (นอนดึกจนชิน) ทำให้งัวเงียมาก เท่านั้นยังไม่พอ กลางดึก น่าจะ ตี 4 หรือ ตี 5 ได้ มีรถใครไม่รู้ ร้องดังมากๆ ร้องอยู่นานหลายสิบนาที จนต้องตื่นมาเซ็งเลย ว่าจะเอาน้ำสาดลงไปและ 555 ไม่ไหวจริงๆเดือดร้อนมาก (อยู่หอ คนเยอะก็แบบนี้แหล่ะ)

ออกเดินทางตั้งแต่ 7 โมงเช้าเลย เพราะว่าวันแรก ยังไม่รู้ว่าต้องเผชิญอะไรยังไงบ้าง การเดินทางก็คือ MRT รัชดา - อโศก แล้วต่อ BTS ไปนานา แต่ปรากฏระหว่างทางนั้นเจอข้าศึกเข้าชิดประตูเมือง ระหว่างทางก็คิดตลอดจะไปเข้าห้องน้ำได้ที่ไหนกันเนี่ย เพราะว่าอาคารห้างร้านยังไม่ค่อยเปิดเพราะว่าเช้าอยู่ ความหวังสุดท้ายก็คือตึกที่ไปทำงานนั่นแหล่ะ โชคดีว่ามีห้องน้ำ เลยรอดตัวไปได้

ถึงบริษัท 08.30 น.ได้บรรยากาศเงียบเหงามาก (เวลางาน 09.00-18.00น.) รอจนเกือบ 09.00น. ถึงได้มีพนักงานพาไปนั่ง แล้วก็ให้ notebook มายืมกันคนละเครื่อง (วันนี้มาทำงานใหม่ 7 คน) จากนั้นก็แยกย้ายไปนั่งในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบกันไป ผมก็มาในส่วนของ Product Manager (ในส่วนของ shopping payment gateway) ซึ่งวันนี้ ตลอดทั้งวัน บอกตามตรง มึนมาก ใครพูดอะไรเบลอๆ งงๆตลอด เวลาที่พยายาม focus ก็ยังได้ไม่เท่าไรจากที่ปกติ สามารถทำได้ เพราะว่าเหนื่อยมากนั้นเอง นั่งอ่าน document ก็จะหลับเอาให้ได้

ตกบ่าย ก็เปลี่ยนที่นั่งใหม่ เพื่อให้นั่งกับพี่ตั้ม(เป็น VP ของที่บริษัทนี้) เพื่อให้เค้าจะได้คุยได้สะดวก เท่านั้นยังไม่พอ ยังได้รับ PC เครื่องใหม่แกะกลอ่งมาตั้งที่โต๊ะอีกเครื่องหนึ่งอีกต่างหาก (เยอะได้อีก) อ้อ Notebook ที่ให้มานั้น ที่โต๊ะเค้าก็มีจอ 22 นิ้วไว้ให้ต่อด้วย สรุปแล้ว โต๊ะเล็กๆของผม มี 3 monitor (รวมของ notebook) เยอะเกิ๊น 555 ที่บริษัทเก่าผม กว่าจะขอ สองจอของ 1 PC ได้เหงื่อตก ที่ใหม่จัดให้ 3 จอตั้งแต่วันแรก ใช้มันไม่หมดอ่ะ ตอนนี้มึน ยังจัดสายเก็บรายละเอียดโต๊ะไม่ได้เลย มึนจริงๆ และยังแบ่งไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่า notebook เอาไว้ใช้ตอนไหน PC เอาไว้ใช้ตอนไหน (นอกเหนือจากประเด็นแค่ว่า notebook เอาไปใช้ข้างนอกนะ) เพราะว่าได้มาขนาดนี้ ต้องเอามาทำอะไรให้มันมีประสิทธิภาพสักหน่อย แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกเท่านั้นเอง 5555

ตอนเย็นเลิกงานก็กลับ แต่ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้กลับ 18.00น. เพราะว่าเค้าเข้างานสาย เค้าก็นั่งทำงานกันไปเรื่อยๆ เสร็จเมื่อไรก็กลับ ประมาณนั้น คือที่นี่ไม่ค่อยซีเรียสเรื่องเวลาเท่าไร  แต่ผมกลับมาก่อนเพราะว่ามีเป้าหมาย ก็คือไปออกกำลังกายนั่นเองครับ

คนเรา ต้องรักษาสมดุลย์ชีวิตให้ได้ครับ อย่าทุ่มให้กับงานมากเกินไป หรือว่าอย่ามัวแต่ใช้ชีวิตจนไม่ทำงานทำการ แต่ก็อย่าลืมแบ่งเวลาให้ที่บ้านบ้าง เวลาที่คุณทำงานหนัก แล้วป่วยเป็นอะไรไป จนทำงานไม่ได้ เค้าก็หาคนมาแทนคุณได้ แต่ว่าความสำคัญของตัวคุณที่มีต่อคนรอบข้างตัวคุณนั้น เค้าหาใครมาแทนคุณไม่ได้ ดังนั้นทำอะไรก็มองหน้าเหลียวหลังด้วยแล้วกันครับ 

วันนี้ก็เท่านี้ก่อน พอหอมปากหอมคอ เพราะว่าไม่อยากนอนดึกแล้ว ไม่อยากไปทำงานแบบมึนๆเลย ดูเหมือนตัวเองโง่ลงไปทันตาเลย และพรุ่งนี้ก็ตั้งเป้าว่าจะออกสายกว่านี้หน่อย เพื่อจะได้ไม่ไปเช้าจนเกินไปนัก โดยวันนี้ขอบันทึกเวลาเอาไว้หน่อย จะได้กลับมาและอ้างอิงได้ ช่วงเช้า ออกจากหอ ไปกินข้าวเช้า ก่อนไปทำงาน ใช้เวลา 11 นาที และ เดินทางด้วย MRT 28 นาที (ขาไป) และใช้เวลาเดินเท้า จาก อโศกไปนานา 14 นาที ในขากลับ เดินทางด้วย BTS (แบบขบวนรถมาพอดี) จนถึง MRT ใช้เวลา 6 นาที และใช้เวลา 19 นาทีจาก อโศกถึง รัชดา (แบบได้ขึ้นในขบวนแรกที่เจอ) ปิดท้ายด้วย ป้ายชื่อ ที่แปะที่โต๊ะครับ

แต่ยังไม่มีป้ายชื่อนะ 5555

Create: Modify : 2012-07-02 22:03:58 Read : 3988 URL :