ลุยสัมมนาสองงาน ได้อะไร สรุปไว้ให้แล้วครับ

ลุยสัมมนาสองงาน ได้อะไร สรุปไว้ให้แล้วครับ

ขอเล่าแนวเดิม คือเป็น blog ครับ รายละเอียดต้องขออภัยล่วงหน้าก่อนเลย เพราะว่าได้มาไม่ครบครับ เนื่องจาก เกิดปัญหาขัดข้องจริงๆ เพราะว่าปกติ ผมฟังสัมมนา ผมจะพิมพ์ใส่มือถือไปด้วย แต่ keyboard เจ้ากรรมที่ผมใช้กับมือถือ ดันแบตหมดกลางทาง เท่านั้นยังไม่พอ กะว่า อัดเสียงเอาไว้ค่อยเปิดฟัง ก็ดันพบว่า ICS ใน android มันมักจะปิดโปรแกรมที่อยู่ background ไปเอง และโปรแกรมอัดเสียงก็ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าเซ็ง ดังนั้น ครึ่งนึง มาจากความทรงจำอันเลือนลางล้วนๆครับ

ย้อนไปวันที่ 31/05/2012 วันนี้ เป้าหมายหลักมีสองเรื่อง ก็คือเรื่องแรก ไปสัมมนาในหัวข้อ  superb opportunity in mobile app ที่ software park และต่อที่ตอนเย็นไป งานพูดคุยกัน เกี่ยวกับ AMD ที่ paragon

สายๆ ก็ออกเดินทางเลย ไปแวะกินข้าวเที่ยงที่ แยกเกษตรก่อน แล้วพึ่งสังเกตุว่าตอนนี้ งาน เกษตรแฟร์ เริ่มต้นแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะมีเวลาไปดูหรือเปล่า เผื่อจะได้เจออะไรใหม่ๆ

จากนั้นก็เดินทางไป software park แบบ งงๆ ด้วยความที่ไม่เคยไป และไม่รู้แน่ชัดว่ามันอยู่ตรงไหน สรุปสุดท้ายที่รถตู้ แล้วมาลงที่หน้า central แจ้งวัฒนะเลยถึงพอดี เพราะว่าอาคารอยู่ตรงข้ามกันเลย ข้ามสะพานลอยมาเท่านั้น

และแน่นอนตามธรรมเนียมคนไทย คือเลท เพราะว่าถึงเวลาเริ่มก็ยังไม่เริ่ม ผมว่า คนไทยควรให้ความสำคัญเรื่องตรงเวลาให้มากกว่านี้นะครับ เพราะว่ามันจะช่วยพัฒนาตัวเราเอง และสังคมได้ครับ ไม่ใช่ว่า เค้าช้าเราก็เลยช้าไปด้วย

เริ่มต้นที่งาน superb opportunity in mobile app แบ่งออกเป็น 3 section ครับ

section 1 

คุณ แจ๊ค จาก AIS ตำแหน่ง content development business manager

สัมมนา startup
เป็นการสัมมนาแบบ นั่งคุยกันเล่าเรื่องไปเรื่อย โดยมีพิธีกรถามในประเด็นต่างๆ

มาเล่าเรื่อง การใช้งานมือถือในปัจจุบัน จากการเก็บข้อมูลของ AIS เรามีคนใช้มือถือ 77ล้านเบอร์ คือคิดเป็น 118% ของประชากรทั้งหมด ที่มันเยอะกว่าคนเป็นเพราะว่าคนกรุงเทพ มักจะใช้ มากกว่า 1 เบอร์ อย่างที่เรารู้ บางคนก็มีมือถือ มี tablet อย่างผมเองยังมีสองเบอร์เลย เอาไว้โทรกับรับ เหอๆๆๆ

การประเมิน ปริมาณคนใช้มือถือ
การประเมิน ปริมาณคนใช้มือถือ

การเติบโตของอุปกรณ์ mobile
การเติบโตของอุปกรณ์ mobile 

เมื่อเราแบ่งออกมาเป็น เราจะพบว่า 15% เป็น smart phone อีก 85% เป็น feature phone - สำหรับคนที่นึก feature phone ไม่ออก ให้นึกถึง nokia 2700 ก็ได้ครับ มันคือโทรศัพท์ที่ทำได้มากกว่า รับเข้าโทรออก แต่ว่าไม่ยืดหยุ่นเท่า iPhone, Samsung galaxy , HTC เหล่านี้ครับ (ยี่ห้อเหล่านี้ เน้น smart phone เป็นหลัก)

ทำให้เราเห็นว่า ปัจจุบันตลาด mobile เป็นอย่างไรบ้าง

อีกเรื่องจากคุณ วิรัตน์ จาก index corp ที่เป็นบริษัท ทำ MRE ของประเทศไทย

เล่าเรื่อง MRE ให้ฟังว่า มันคือ platform ที่เหมือน android, iOS นี่แหล่ะ คือ เจ้าของเค้าพยายามสร้างมาตรฐาน OS ขึ้นมาเอง แต่ว่าเค้าเป็นเจ้าของโรงงานผลิต chipset สำหรับมือถืออยู่แล้วด้วย เค้าก็เลย สร้างมาตรฐานจุดนี้ขึ้นมา เพื่อให้สามารถสร้าง application ใส่เข้าไปได้ โดยชี้ให้เห็นว่า ตลาด 85% ตามตัวเลขเมื่อกี้นี้แหล่ะ คือตลาดของ MRE เพราะว่าเครื่องเค้าราคาไม่แพงระดับ smart phone เพราะว่าทรัพยากรในเครื่องน้อยกว่ามาก เลยมองว่าอยู่ในกลุ่ม feature phone มากกว่า แล้วอย่างที่รู้ว่าปัจจุบันคนกำลังให้ความสนใจ Smart phone เป็นอย่างมาก เหมือนกับว่าคนพัฒนากำลังรุมจากส่วนแบ่ง 15% เท่านั้น แต่ตลาดของ feature phone อีก 85% กลับไม่ค่อยสนใจกัน ซึ่งปัจจุบันการพัฒนา app ใน MRE ไม่ยากแล้ว และมีตัวช่วย SDK หรืออื่นๆอีก แม้กระทั่ง AIS เองก็ยังบอกเหมือนกัน ว่าตัวเองที่พึ่งเปิด AIS app store ขึ้นมาแล้วก็ตาม แต่ว่า feature phone ก็ยังมีอยู่ ไม่หายไปไหน และมีสัดส่วนที่เยอะกว่าด้วย

ดังนั้นคนพัฒนา ก็ต้องคิดแล้วว่าจะเลือกพัฒนาเพียง OS เดียวหรือ หลาย OS เพื่อกระจายความเสี่ยง

และได้พูดคุยเลยไปถึง in app purchase ว่าน่าสนใจกว่าการที่เราจะทำ app แล้วไปติด โฆษณาที่ไม่ค่อยน่าสนใจ และทำให้โปรแกรมลดความน่าใช้งานลงไปด้วย แม้ว่าตอนนี้ ยังไม่ดีเท่าไร แต่แนวโน้มจะดีขึ้นตามลำดับ โดยกำลังมีการผลักดัน ให้สามารถตัดเงินผ่านเครือข่ายมือถือได้โดยตรงเลย แต่ว่า AIS ก็ยอมรับว่ายากมาก แต่กำลังคุยกันอยู่ โดย AIS เป็นส่วนหนึ่งของทีมเจรจา ไปพร้อมกับ singtel ที่กำลังคุยกับ google อยู่ ว่ามันจะลงตัวออกมาแบบไหนอย่างไร 

section ที่ 2 

ประกอบด้วยคุณ พจน์ 23 perspective , คุณ วิรุณ g softbiz

section ที่สอง
section ที่สอง 

เริ่มต้นเล่าจากประสบการณ์ เค้าเล่าว่า ตอนที่ทำ amazing thailand app มีแต่คนต่างประเทศใช้งาน เป็นแสนๆคน ทำให้เค้าพบว่า จริงๆแล้ว app ที่เดินไปได้ เกิดจากการบอกปากต่อปาก 70-80% เลย

ส่วนคุณวิรุณเล่าว่า เมื่อก่อนเค้าก็เป็นพนักงานบริษัทนี่แหล่ะ จากนั้น เค้าเลยออกมาทำงานของตัวเอง เค้ามองว่า app มือถือมันมีสองแบบ ก็คือ ควรมี กับ ต้องมี เค้าเลือกทำตัว ต้องมี โดยเริ่มจาก keyboard ไทยใน เครื่องปาล์ม ต่อมา keyboard เครื่อง windows และไปเริ่ม iOS ตั้งแต่ยุคแรกที่ยังไม่มี SDK ให้ใช้ และ app store ยังไม่เปิดในไทย โดยทำ thai pray (บทสวดมนต์) โดยช่วงแรกนั้น บริษัทอยู่รอดได้ด้วยเหมือนธุรกิจผูกขาด เพราะว่าเค้าแค่ปั๊มแผ่นออกมาขาย license อย่างเดียว ก็อยู่ได้ เนื่องจากบริษัทเหมือนผูกขาดกับผู้จำหน่ายเครื่องอยู่แล้ว แต่ต่อมา เมื่อตลาดเปลี่ยนไป เค้าก็ต้องปรับตัว

ปัจจุบันเค้าเริ่มทำ(ทำมา 2 ปีแล้วแหล่ะ ลงทุนไปแล้ว 3 ล้านกว่าบาท) โปรแกรม สร้าง ebook interactive platform คุณสมบัติมันก็คือ โปรแกรมที่ช่วยเราสร้าง ebook แบบมี interactive กับผู้ใช้ได้ แล้วส่งเข้า app store ได้เลย ตั้งแต่ apple ยังไม่มี iBook Author แต่เค้าบอกว่า ถึงแม้ apple ทำออกมาเค้าก็ไม่ท้อ (สองโปรแกรมทำหน้าที่คล้ายกัน) แต่มองว่าดีซะอีก Apple ช่วยเราทำการตลาดทำให้คนรู้ว่าโปรแกรมนี้ทำอะไรได้ โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยเล่าให้ฟังเลย แต่แน่นอนว่า ธุรกิจ ต้องประกอบด้วยฝันกับเงิน ตอนนี้ ตัวนี้คือฝันของเค้า ส่วนเงินทุนก็มาจากบริษัทที่ทำอยู่นั่นแหล่ะ จุนเจือกันไป

นัทจิระ จากบริษัท พร้อมนาว 

เริ่มกับเพื่อนทำกันขึ้นมา ทำเกมสตั้งแต่เริ่มแรก คู่แข็งน้อยได้เยอะมาก จากนั้นเริ่มเริ่มตกลงไปเรื่อยๆ จนตัดสินใจเอา content ไปขยายในจีนเมื่อ 8 ปีก่อน ผลคือเจ๊ง เพราะถูก cop yต่อมาไปญี่ปุ่น แต่มันยากทำใดก็นั่งทบทวนเห็นว่าตลาด enterprise mobile จนเริ่มจากอุตสาหกรรมการเงิน จากนั้นแตกสองส่วน คือ mobile enterprise กับ พระนเรสวนออนไลน(เกมส์) โดย enterprise เริ่มจาก atm sim kbank ตอนนี้เริ่มไปอุตสาหกรรมประกัน พลังงาน

ตอนนี้เราต้องห้าตัวเองให้เจอ อย่างบางตัวมี user active แต่ว่าไม่ทำเงิน แต้เราต้องปรับให้ทันถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาด

นอกจากมี ui ที่ดีแล้วต้องมี design ที่ดีด้วย ตอนนี้ตลาดไทยเริ่มเล็กแล้ว ต่อไปเปิด AEC จะต้องเตรียมตัวแล้ว 

ตลาด enterprise เป็นตลาดที่ยากและเน้นเรื่อง security แต่ยังดีว่าคู่แข่งในไทยยังน้อย ตอนนี้มีการปรับตัวด้วยการตั้งทีม investor เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอยู่

section 3

เป็น case ตัวอย่างของ เด็กไทยกลุ่มหนึ่ง จา AIS startup weekend

เล่าย้อนไปก่อนว่า เมื่อช่วงค่อยปลายปี 2011 AIS จัด AIS startup weekend โดยให้คนที่มีไอเดีย และอยากทำ startup มารวมตัวกันทำ workshop แบบเข้มข้น 3 วัน แล้วมีการจัดทีมทำงานและประกวดแนวความคิดกัน คนที่ชนะจะได้รับเลือกไป startup bootcamp ที่สิงคโปร ซึ่งทีมที่ทำ shop spot ได้อันดับที่ 2 แต่อันดับหนึ่ง สละสิทธ์ ทีมนี้เลยได้ไป โดยไปอบรม ที่ boot camp เป็นเวลา 100 วัน โดยเค้าสอนตั้งแต่เรื่องพื้นฐานคือ ตั้งแต่การคิด การมองหา แนวธุรกิจ จนจบงานที่การคุยกับนักลงทุนจริงๆเลย ถึงแผนการลงทุน ที่เค้าคิดเอาไว้ (ขายของกันจริงๆ ถ้าขายผ่าน ก็จะลงทุนกันจริง)

project ที่เกิดมาจาก AIS startup
project ที่เกิดมาจาก AIS startup

สิ่งที่จะได้รับจาก AIS startup
สิ่งที่จะได้รับจาก AIS startup

Business model ของ AIS startup
Business model ของ AIS startup


ซึ่งท้ายที่สุดตอนนี้ shop spot มีนักลงทุนที่เค้าตัดสินใจเลือกแล้ว 3 ราย 1 รายในไทย อีกรายคือ sing tel อีกรายยังไม่เปิดเผย 

ทั้งหมดนี้คือชีวิตคนใน 5 เดือนที่ผ่านไป กลายเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีนักลงทุนมาร่วมแล้วถึงสามราย เห็นได้ว่า ธุรกิจ startup นั้นมาแรงมาก คือมันเป็นแนวการดำเนินธุรกิจของคนที่มีเงิน กับคนที่มีสมอง+แรงงาน มาจับมือกันแล้วก้าวไปด้วยกันนั่นล่ะครับ ผมเองถึงรับรู้แนวนคิดนี้เมื่อเดือนที่ผ่านมานี้เอง(จากวันที่เริ่มเปิดรับสิ่งใหม่นั่นล่ะครับ) ทำให้เห็นว่า เดี๋ยวนี้โลกเราหมุนเร็วจริงๆ

จบงานสัมมนานี้ครับ คุ้มครับที่ได้มา คุ้มกว่า mobile monday ที่ผ่านไปอีก

จากนั้น ออกมากินมื้อเย็นก่อนโดดขึ้น 166 หน้าตึก ขึ้นทางด่วนไปที่อนุเสาวรีย์ชัยต่อ เพื่อจะไปต่อ bts ไปที่สยาม พอมาถึงพารากอน ซินีเพล็กซ์กลับหา boot ไม่เจอเจ้าหน้าที่ก็ไม่รุ้ว่าอยู่ตรงไหน จนมาเจอว่าอยู่หน้าโรงหนังชั้น 6 เลย มาถึงก็กินของว่างกันเล็กน้อยถึงแม้บางคนจะกินเป็นของหนักก็ตาม เป้าหมายของการมางานนี้คือมาดูว่า amd จะมีอะไรมาให้ตื่นเต้นบ้าง งานนี้มี comseven เป็นเจ้าภาพครับ และอีกอย่างที่จะได้ก็คือได้ดูหนัง 4D ครับ ไม่เคยดูเลย ว่าจะได้อารมณ์ขนาดไหน


line อาหารว่าง

โดย Comseven และ AMD
โดย Comseven และ AMD

ของที่มาแจกในงาน
ของที่มาแจกในงาน

APU ที่เอามาแจก
APU ที่เอามาแจก 

โดยในงาน ก็มีการเล่าถึง AMD trinity ที่เป็น APU generation ที่ 2 ครับ (ส่วนตัวผมก็ทราบอยู่แล้ว) ส่วนกำหนดออก ก็ไตรมาส 3 จนถึง ต้นปีหน้าครับ ไล่แต่ละตัวไปเรื่อยๆ เริ่มจากตัวแรงก่อน ค่อยลดหลั่นลงมา

จากนั้น ก็จับแจกรางวัล ผมก็ได้ตุ้กตามาตัวนึงครับ และก็ต่อกันด้วยดูหนัง 4D เรื่อง The Adventures ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ผมจะได้ดูหนัง 4มิติ อยากดูมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส จนความอยากมันหายไป คราวนี้ได้ดูฟรี ก็ไม่พลาดครับ

ของที่ได้รับ วันนี้
ของที่ได้รับ วันนี้ 

ประสบการณ์ที่ได้จากการดู 4D เมื่อเทียบกับราคาตั๋ว 400 บาท ผมว่า ถ้าคนไม่เคยลอง แล้วพอมีเงินเหลือให้ลอง ก็ลองสักครั้งก็ได้ แต่ผมว่าตอนนี้มันยังไม่ถึงยุคของมันครับ เหตุเพราะว่า ยังไม่เนี้ยบครับ มันยังไม่ทำให้เรารู้สึกเหมือน อินไปกับหนังได้จริงๆเหมือนดังโฆษณาครับ อย่างเช่น การสั่นสะเทือนเก้าอี้ที่นั่ง บางจังหวะเหมือนจะมีก็ไม่มี หรือบางทีก็ไม่สัมพันธ์กับภาพเท่าไร มันรู้สึกขัดๆกันเป็นต้น ผมคิดว่าต้องรอเวลาพัฒนาอีกอย่างน้อย 4-5ปีนั่นล่ะครับ เหมือนยุค 3D ใหม่ ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะว่ามันดูนานๆแล้วปวดตาจากการที่มันกระพริบ จนตอนนี้มันปรับปรุงไปดีขึ้นมาแล้วเป็นต้นครับ ดังนั้น 4D ต้องรอ เพื่อให้ได้รสชาติเต็มๆ แต่ย้ำอีกที ถ้าอยากลองสักครั้งก็ไม่เสียหาย แต่เสียเงินครับ อิๆ

เบาะที่นั่งของ 4D
เบาะที่นั่งของ 4D 

ขากลับไปต่อร้านอาหาร ง่วนหลี ที่หลังสวนพอดีว่าพี่ที่ office เค้าเสร็จงานกันดึกเลยไปแวะกัน ผมก็ดูหนังจบพอดีแล้วไม่ไกลจาก siam paragon เท่าไรก็เลยตามไปด้วยเลย ร้านอาหารนี้รสชาติดีทีเดียวครับ แต่ราคา ก็แปรผันตามรสชาติเลย (ของดีก็ต้องแพงสินะ)

แล้วก็หมดวันอีกหนึ่งวันกับการเดินทางอันยาวไกล

Create: Modify : 2012-06-08 08:00:23 Read : 2876 URL :