7วัน 7blog วันที่สาม กิจกรรมไม่เยอะ แต่เหนื่อย

7วัน 7blog วันที่สาม กิจกรรมไม่เยอะ แต่เหนื่อย

วันนี้ตื่นมาสายหน่อย เพราะว่ายังเหนื่อยจากเมื่อวาน แต่ว่า สายมากไม่ได้ เพราะว่าพี่ผม ฝากผมให้ไปรับของที่เค้าสั่งซื้อเอาไว้ที่ MRT รัชดา ก็ต้องมาเตรียมตัวแต่เช้าหน่อย เช้าวันนี้ อาจจะเหมือนกับวันก่อนๆ แต่ว่าสังเกตุเห็นว่ามีร้านมาเปิดใหม่แถวหอ ขาย ก๋วยจั๊บญวน ว่าแล้วไม่พลาดซื้อมาลองกินแน่นอน ก็รสชาติใช้ได้นะครับ (ส่วนตัวผมก็ไม่เรื่องมากเรื่องการกินอยู่แล้วแหล่ะ 555) แต่ว่าแพงไปหน่อย 35 บาท (หรือคิดไปคนเดียวว่าแพงเนี่ย)

พอเสร็จสรรพ ก็ตามนัดคือไปรับของที่พี่ผมสั่งเอาไว้จากนั่นก็ไป fitness ก่อน แต่ว่าที่กินมาพึ่งอิ่ม เลยไปนั่งเล่น ยังไม่ออกกำลังกายเลยเดี๋ยวจุก แป้บเดียวเท่านั้น มีสายเข้าครับ สายนี้แปลก ก็คือเป็นป้าคนหนึ่ง เค้าเจอเบอร์ผมจากหน้าเว็บ แล้วโทรมาคุย เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังยาวมาก ประมาณว่าป้าเค้ากำลังมองหาธุรกิจ online อยู่ แล้วเค้าก็ไปเจอโฆษณาใน internet จากเว็บหนึ่ง จากนั้นเค้าก็เลยสมัคร แล้วปรากฏเหมือนโดนหลอกทำ ก็คือตอนแรก พูดดีอย่างนั้นอย่างนี้ พอสมัครจ่ายเงินไปแล้วก็ไม่เห็นเป็นจริงแบบนั้นในหลายๆอย่าง แล้วปัญหาที่เค้าต้องเข้ามาทำธุรกิจนี้เป็นเพราะว่า สามีเค้าที่เคยทำร้านรักษาสัตว์ อยู่วันหนึ่ง เกิดสะอึกแล้วลุกไปกินน้ำแล้วล้มลงไปแล้วก็สิ้นชีพไปเลย เค้าเองทำร้านต่อก็ไม่ได้เพราะว่าไม่มีใบประกอบโรคศิลป์ เลยต้องอยู่อย่างไม่มีรายได้ ต้องทำอะไรบางอย่าง จนไปตกวังวน MLM online อย่างที่เล่านั่นแหล่ะ เพราะเค้าหา down line ไม่ได้ ใช้ internet ก็ไม่คล่อง ทีนี้ ที่เค้าโทรมาหาผม ก็จะจ้างผมทำเว็บ โดยความคิดป้าเค้าก็คือ ถ้ามีหน้าเว็บเป็นของตัวเองแล้วเผื่อจะมีคนมาเห็นแล้วสมัครต่อจากป้าเค้าบ้าง

ผมแนะนำไปว่า ทุกอย่างไม่สวยหรูอย่างนั้นแน่นอนครับ เพราะว่าปัจจุบันเว็บมีเป็นล้านๆเว็บทำไมคนเค้าต้องเข้ามาดูเว็บเรา? แล้วส่วนตัวป้าเอง ผมมองแล้วว่าไม่เหมาะ เพราะว่าอายุเยอะมากแล้ว ที่จะมาเรียนรู้การทำตรงนี้ ผมคิดว่าไม่ทันแน่ๆ ผมเปรียบให้ป้าเข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ ทำเว็บเหมือนป้าตีพิมพ์แผ่นพับ ถ้าป้าคิดว่าแค่นั้นจบ มันก็คือแผ่นพับที่ไม่ถูกแจก และถ้าป้าเริ่มแจก ป้าเองก็ไม่ถนัดจะแจกอีก ถึงแจกไปคนก็ไม่สนใจ เพราะว่าคนส่วนใหญ่เค้ารู้ว่าอะไรเป็นอย่างไร ผมก็เลยคุยกับป้าเค้าต่อไปอีก (ยังไม่ได้ปฏิเสธอะไรนะครับ เพราะเห็นใจ แต่เราต้องอธิบายให้เค้าเข้าใจให้ถูกต้อง เพราะว่าความจริงมันต่างจากความฝันมากๆ) ถามว่าป้าเค้าอยากทำต่อแน่หรือ เพราะว่าป้าเค้าเองก็รู้สึกไม่ค่อยดีกับมันแล้วเหมือนกัน เหมือนโดนหลอกนั่นแหล่ะ ได้เงินไปแล้วก็ไม่สนใจ คุยอะไร ก็บอกให้ลงทุนเพิ่มอย่างเดียว ป้าเค้าบอกว่า เค้าเสียดายเงินเป็นหมื่นๆที่ลงไป ทีแรกบอกว่าได้อย่างนั้นได้อย่างนี้ เค้าก็ได้มากนิดหน่อยแล้วก็ไม่ได้อีกเลย ไปเห็นคนอื่นที่ทำแล้วรุ่ง ได้ 3 ล้านแต่ก็ลงทุนไป 4 ล้าน  เค้าก็กลัวจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน.... ผมก็เลยแนะนำด้วยความเคารพว่า ถ้าป้าจะจ้างผมทำเว็บเผื่อรอ down line มาเห็นแล้วสมัครต่อ ผมแนะนำว่าให้ป้าลองหาอะไรที่ป้าถนัดทำดีกว่าครับ เพราะว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องเริ่มใหม่ แล้วใช้ความถนัดของป้าเองอยู่แล้ว ป้าที่ฟังไปก็คิดตามครับ แล้วเค้าก็เลยเอ่ยขึ้นมาว่า ป้าเคยรับดูไพ่ทาโร่อยู่ แม่นมาก แล้วก็เล่าเรื่องความแม่นให้ผมฟัง ผมก็ปิ๊งเลย ว่านี่แหล่ะป้า สิ่งที่ป้าควรจะทำ และไม่ต้องไปเสียดายเงินหมื่นที่เสียไปแล้ว มันเป็นอดีต ป้าเริ่มใหม่จากจุดนี้ดีกว่า ผมก็เลยแนะนำแนวธุรกิจตัวหนึ่งไปให้ ที่ป้าเค้าไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ผมก็จะช่วยห่างๆ แล้วอาศัยความสามารถในการดูไพ่ทาโร่เท่านั้นแหล่ะ พอครับ ผมคิดแนวธุรกิจได้ ก็เลยอธิบายไป ป้าเค้าก็สนใจครับ ก็เลยตกลง ว่าจะร่วมงานกัน

ส่วนตัวผมเองผมไม่ได้กะจะหากำไรอะไรเลยนะครับ เพราะว่าแนวธุรกิจนี้ ผมเองจะมีส่วนได้น้อยมาก ส่วนหลักให้ป้าไปเกือบทั้งหมด แต่ที่ผมต้องการก็คือ ให้ป้าเค้ามีอะไรทำ มีรายได้ และไม่ต้องถูกใครหลอกอีก ผมคิดว่าผมกำลังพยายามสอนวิธีให้ป้าเค้าจับปลาได้ด้วยตัวเอง ผมจะไม่ให้ปลาแก่ป้า แม่ว่าจะน่าสงสารและถูกหลอกมาก็ตาม แต่ถ้าผมให้ปลา ป้าก็จะมาขอเรื่อยๆ วันนึงผมหยุดให้ ป้าก็ไม่รอดครับ... ผมคิดอย่างนั้นนะ

ส่วนธุรกิจอะไรที่ผมจะทำกับป้านั้น และเกี่ยวกับไพ่ทาโร่ ลองเดากันเองแล้วกันครับ อิๆ

จากนั้นผมก็ออกกำลังกายจนเสร็จ ก็พอดีเวลากับที่นัดรุ่นพี่ผมอีกคนหนึ่งเอาไว้ นัดไว้คุยงานกันครับ เป็นเรื่องที่ผมพึ่งคุยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน วันนี้มาแจ้งความคืบหน้า และเอาเอกสารมาให้ผมเพิ่มเติม พร้อมอธิบายรายละเอียดต่างๆ ผมมองว่า เป็นงานที่ท้าทายดีครับ และจะพลิกโฉมวงการรถให้เช่าได้ในระดับนึงเลย แน่นอน ว่าผมไม่ปฏิเสธไปตั้งแต่เริ่มแล้วครับ (งานนี้ค่าตอบแทนพอสมควรแก่แรงงานที่ผมทำเลย)

ตกบ่ายๆผมก็โทรคุยกับแฟนเล่าเรื่องป้าเค้าให้แฟนฟัง แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่า งั้นให้แฟนคุยงานกับป้าแทนผมดีกว่า เพราะว่าผมเอง น่าจะยุ่งมากมายในเดือนหน้านี้ครับ แฟนผมหลังจากที่ฟังเรื่องเล่าป้าจบก็เข้าใจเลย แล้วก็ยินดีจะช่วย อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ถึงได้เงินจากตรงนี้ไม่มาก แต่มันเป็นสิ่งที่ช่วยให้คนๆนึง มีชีวิตรอด มีรายได้จุนเจือได้ โดยที่เราไม่ต้องเอาเงินไปให้เค้า ก็เจ๋งแล้วครับ

ตกบ่ายแก่ๆ ผมจะกลับบ้าน รอรถนานมาก ปกติผมจะหารถเพื่อไปลงที่อู่บางเขนแล้วต่อรถกลับบ้าน แต่ยืนรอขาแข็งรถเมลก็ยังไม่มา เลยตัดสินใจขึ้นรถตู้ ที่ไม่อยากขึ้นเพราะว่าไม่ค่อยชอบรถตู้เท่าไร ในหลายเรื่องมากๆ ทั้งมุมมองส่วนตัวและส่วนรวม แต่ก็ขึ้นมาลงที่สะพานใหม่เพื่อจะแวะซื้ออาหาร ก่อนนั่งรถต่อกลับบ้าน ปรากฏว่า เดินเห็นร้านขายอาหาร ไม่ได้ขายถูกอย่างที่เค้าว่ากันเลยครับ ตัวอย่าง ข้าวหมกไก่ 35 บาท (ที่ตลาดนัด 30 บาทเอง) หรือว่าหอยทอด ก็ขาย40 (ตลาดนัด 30 บาทอีกเหมือนกัน) ผมเลยเริ่มงงๆ ที่เค้าลงข่าวกันโครมๆว่าของถูกมันคือยังไง (เท่าที่ได้ข่าวคือเป็นอาหารสด ยังไม่ปรุงแต่ง ถึงจะถูก แต่ผมเป็นคนที่ไม่สะดวกทำกับข้าวก็ต้องกินของแพงขึ้นโดยไม่รู้ว่าที่แพงขึ้นนั้นมาจากอะไร? หมายความว่าแพงขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนะครับ ไม่ได้หมายถึง หมูโลละ100 จะให้ต้มขายโลละ 100 มันเป็นไปไม่ได้ใน case นี้ผมเข้าใจ แต่เหมือนว่า เคยต้มขายที่ 150 ตอนนี้กลับขายที่ 170 เป็นต้น อีก 20 บาทนั่นคือ? ทั้งๆที่หมูสดก็โลละ 100 บาทเท่าเดิม)  อันนี้ผมไม่โยงเข้าการเมืองนะครับ คุยกันตรงๆด้วยเหตุผล เพราะว่าผมเข้าใจว่าเงินเฟ้อมันทำให้ข้าวของแพงขึ้นทุกๆปี แต่คราวนี้มันแพงขึ้นเยอะในช่วงปีเดียวหลายสินค้าเพิ่มราคาไปมากกว่าช่วงปีก่อนครับ ตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมเลย ตัวอย่างที่ชัดที่สุดก็คือ ข้าวแกงข้าง office ขาย 25 มาตลอด น้ำท่วมผักแพงก็เข้าใจ ก็ปรับเป็น 30 แล้วก็ 30 ตั้งแต่นั้นมา... หรือว่าร้านข้าวแกงในซอยโชคชัยร่วมมิตรก็ไม่ได้ต่างกัน  step เดียวกันเป๊ะคือถ้าจะบอกว่า ขึ้นแค่ 5 บาทจะเป็นไร แต่บางคน 5 บาทก็มีค่ามากนะครับ เพราะว่า 1 มื้อ 5 บาท บางร้าน 10 บาท รวมไปมา วันนึงก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นวันละ15-30 บาทเลย 30 วันก็เป็นพันบาทครับ ถ้าเค้าเคยได้ค่าแรงวันละ 280บาท  แล้วถูกปรับเป็น 300 บาทต่อวันตามนโยบาย เค้าก็ได้เพิ่มเดือนละ 600 บาทเอง ติดลบเลยครับ ส่วนตัวผมเอง พูดตรงๆเลยก็ได้ ยังไม่เดือดร้อน กับการปรับเพิ่มราคาเหล่านี้หรอกครับ แต่มันค้านสายตาประชาชนก็เท่านั้นเอง ที่บอกว่าของแพงคิดไปเอง

พอหัวค่ำ ก็นั่งกินข้าว และดู TV ปรากฏ หลับเลยครับ นั่งๆไปหลับเลย เลยตั้งใจว่าจะขึ้นมางีบ สัก 15 นาทีพอ ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ 15 นาที แต่กลายเป็นว่ารู้สึกตัวอีกที 7โมงเช้าครับ สงสัยหมดสภาพจริงๆ

Create: Modify : 2012-05-27 07:19:03 Read : 2189 URL :