วิธีเก็บเงิน สำหรับวัยรุ่น วัยทำงาน

วิธีเก็บเงิน สำหรับวัยรุ่น วัยทำงาน

วิธีเพิ่มเงินเก็บแบบ ง่ายๆ พร้อมหลักการ เหตุผล ถ้าเอาไปใช้จริง ก็จะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นจริงๆ ขอท้าให้พิสูจน์เลย ไม่มีอะไรต้องเสียแน่นอน มีแต่ได้น้อยหรือได้มากแค่นั้นเอง

หลายคนอาจจะงง ที่อยู่ดีๆเห็นบทความแบบนี้โดยผมเป็นคนเขียน บางคนอาจจะนึกว่าผมหันไปขายตรงแล้วหรือนี้ เปล่าครับ ไม่ใช่นะ หรือจะชวนไปร่วมลงทุนอะไร ก็ไม่ใช่อีกเหมือนกัน พอดีมีเหตุที่จุดประเด็นให้ผมเขียน เพราะเชื่อเรื่องหนึ่งว่า การให้ ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ และเท่าที่ผมได้คุยกับหลายคนที่รุ่นราวคราวเดียวกัน ยังไม่มีเรื่องพวกนี้เลย หรือมีก็น้อยครับ

เรื่องเงิน เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ใครหลายคนก็ต้องให้ความสนใจ เพราะว่าแม้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิต แต่มันก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิต(งงมั้ย) หลายคนทำงานมาเป็นสิบปี ไม่มีเงินเก็บ อีกหลายคน ทำงานมาเป็นสิบปี มีเงินเก็บแค่หลักหมื่น ผมค่อนข้างแปลกใจว่าเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นกับเค้าเหล่านั้นได้อย่างไร เพราะว่าคิดเอาแบบง่ายๆ ถ้าทำงานได้เดือนละ 15,000 บาท(เลขนี้ไม่น่าจะห่างจากค่าเฉลี่ยเงินเดือนมั้งนะ) แล้วเค้าเก็บเงินแค่เดือนละ 2,000 บาท โดย กินข้าว วันละ 150 บาท เท่ากับ 4,500 บาทต่อเดือน และจ่ายค่าน้ำไฟ จิปาฐะรวมค่าเช่าห้อง (สมัยนี้น่าจะเช่าห้องอยู่กันสินะ) อีก 6,000 บาท เค้าก็ยังเหลือเงินให้ได้เที่ยว หรือหาความสุขให้ชีวิตอีกเดือนละ 2,500 บาท โดยหากเค้าได้เงินเดือนในระดับนี้ไปอีกนาน 5 ปี โดยไม่ได้ขึ้นเงินเดือนเลย(ชีวิตโหดร้ายมาก) เค้าก็จะเงินเก็บแล้ว  120,000 บาท ดูไม่ผิดครับ เก็บเงินเดือนละ 2,000 บาท ที่คิดเป็น 13% ของเงินเดือน ผ่านไป 5 ปี โดยเงินเดือนไม่ขึ้นเลย ก็มีเงินเก็บหลักแสนแล้ว

มีเงินเก็บหลักแสน ในเวลา 5ปี ของคนที่มีเงินเดือน 15,000 บาท เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ หากเค้าตั้งใจที่จะทำมันจริงๆ แล้วหากเค้าได้ขึ้นเงินเดือนทุกปี ก็จะเก็บได้มากกว่านี้ อีกทั้งเลขที่ผมเขียนให้ ยังไม่รวมดอกเบี้ยเลยนะครับ และถ้าต่อมาเค้าได้ขึ้นเงินเดือนเป็น 25,000 บาท(หลังจากที่เป็นลูกจ้างอย่างดีมานาน 5 ปีเต็ม) เค้าก็ปรับเงินเก็บจากเดิม 2,000 เป็น 7,000 เพราะว่า อาจจะเอาส่วนต่างอีก 3,000 บาทไปใช้ในด้านอื่นมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา อาจจะหาความสุขในชีวิตได้มากขึ้น ดังนั้น ผ่านไปอีก 5 ปี   เค้าจะมีเงินเพิ่มมาอีก 420,000 ใช่ครับ 4 แสน รวมของ 5 ปีแรก เท่ากับว่า ผ่านไป 10 ทำงานเก็บเงินได้ครึ่งล้านแล้ว....

คิดว่าเรื่องที่ผมพูดเป็นเรื่องที่เพ้อฝันหรือเปล่าครับ ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่นะ เพราะว่า เงินที่เรากินอาหาร วันละ 150 บาท ถ้าเราเป็นคนที่ไม่ฟุ่มเฟือยก็กินไม่ถึงหรอกครับ ผมกินอาหาร มื้อละ 40 บาทก็ว่าแพงแล้วแต่นี่เผื่อให้อีก 10 ด้วยเลยเอ้า และหากบางคนทำอาหารกินเองก็ถูกขึ้นไปอีก(มื้อเช้า,เย็น)

วิธีเพิ่มเงินเก็บ มีขั้นตอนง่ายๆโดยสรุปได้ดังนี้ครับ

  1. เรียนรู้ตัวเอง
  2. เรียนรู้รายได้
  3. จัดสรรเงินเพื่อเตรียมใช้
  4. จดสิ่งที่ใช้
  5. ตรวจสอบสิ่งที่จด

ทั้งหมด เพียงแค่ 5 ขั้นตอน ที่จะทำให้มีเงินเก็บหลักแสนได้ ใน 5ปี และมีเงิน ครึ่งล้านในสิบปี สำหรับคนที่มีเงินเดือนเริ่ม 15,000บาทต่อเดือน และถ้าเก็บมากกว่านี้ หรือเงินเดือนมากกว่านี้ ก็จะเห็นเลขเงินล้านได้อย่างไม่ยาก ในเวลา 10 ปีเท่านั้น ด้วยชีวิตการเป็นลูกจ้างที่แสนธรรมดา....

 เพิ่มเงินเก็บ - เรียนรู้ตัวเอง

ใช่ครับ ใครจะรู้จักตัวเองดีที่สุดเท่ากับตัวเราเอง คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกคน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักตนเองครับ ทำไมน่ะเหรอ? เพราะว่าเค้าจำเป็นต้องรู้นิสัย ศักยภาพ แนวความคิดของตัวเอง เพื่อที่จะได้เอามาปรับเข้ากับงานที่ทำได้ ตัวอย่าง หากตัวเองเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบศึกษาความรู้ใหม่ๆ แต่ว่า เริ่มต้นทำงานในสายเทคโนโลยี ก็ตายตั้งแต่เริ่มแล้วครับ หรือว่าเป็นคนที่ชอบเรียนรู้เรื่องใหม่ แต่ว่าทำงานเป็นพนักงานบัญชี ทำได้ไม่นานก็หมดไฟแน่นอน ส่วนถ้าพูดถึงเรื่องเงิน ก็จำเป็นต้องเรียนรู้ในเรื่องการใช้เงิน และนิสัยการออม ที่มีมาตั้งแต่เด็ก ตรงนี้ประสบการณ์ที่ผ่านมาเท่านั้นจะเป็นตัวบอกได้ บางคนไม่ให้ความสำคัญกับบัญชีเงินฝากเลย อยู่ไหน มีเงินเท่าไรก็จำไม่ได้ จะจำได้ตอนเดียว คือตอนที่เอาบัตร ATM ไปกดหน้าตู้ แล้วยังเห็นว่ามีเงินแค่นั้น คนแบบนี้คือคนที่ไม่มีการวางแผนการใช้เงินเลย แต่อย่ากังวล เราแก้ไขได้ครับ

เพิ่มเงินเก็บ - เรียนรู้รายได้

ส่วนนี้เป็นอีกส่วนที่หลายคนมักจะมองข้าม เพราะว่า ได้เท่าไรไม่รู้ รู้แต่ว่าได้ โดยเฉพาะบางคนที่มีรายรับเข้ามาหลายทาง มากกว่าเงินเดือนอย่างเดียว เพราะว่าบางคนอาจจะได้เงินปันผล หรือ รายได้เสริมส่วนอื่นเข้ามาประกอบด้วยก็ตาม บางคนไม่คิด ไม่รับรู้ว่าได้เท่าไร รู้แต่ว่าทำได้ มีเงินเพิ่มเท่านั้นก็พอ นั่นเป็นสิ่งที่ผิดเลย เพราะว่าเราจะเป็นต้องเรียนรู้เงินที่ไหลเข้ามาก่อน ว่ามาจากทางไหน ได้เท่าไรบ้าง แม้ว่าเงินนั้นจะเป็นเงินที่เข้ามาเป็นครั้งคราวนานๆที เราก็ต้องจดไว้ จดไว้ให้หมดเลย ได้จากไหน เท่าไร อย่างไรบ้าง ถ้าสงสัยว่า ทำไมส่วนนี้ถึงสำคัญ คำตอบก็ง่ายมากเลย เพราะว่าเราจะได้รู้ว่า เราจะมีเงินไปเที่ยวเล่นได้เท่าไรไง เป็นการสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง

ตัวอย่าง ของเงินที่ได้รับในเดือน 12

 

  • เงินเดือน 15,000 บาท
  • เงินปันผลจากหุ้นสหกรณ์ที่ซื้อไว้ 150 บาท
  • เงินกำไรจากการขายเครื่องประดับที่ตลาดนัด 500 บาท
  • ดอกเบี้ยเงินฝาก 100 บาท

 

เพิ่มเงินเก็บ - จัดสรรเงินเพื่อเตรียมใช้

เมื่อเรารับรู้รายได้ทั้งหมดแล้ว อย่างที่บอกไว้ ว่าเราจะได้รู้ว่าเราจะมีเงินเที่ยวเล่นเท่าไร ก็ต้องผ่านการจัดสรรรายได้ก่อน เรารับรู้ไปแล้วว่าเราได้รับเงินจากทางไหน เท่าไรบ้างในแต่ละเดือน ทีนี้ถึงคราวจดรายจ่ายบ้างแล้ว ว่าจะต้องใช้กับอะไรบ้าง โดยขั้นตอนนี้ ให้มองล่วงหน้าไป 1 เดือน โดยอาศัยข้อมูลอ้างอิงจากเดือนที่ผ่านมา ว่าเราจะต้องใช้เงินไปกับอะไร เท่าไรบ้าง แล้วให้ทำการจดลงกระดาษทันที เพื่อที่เราจะได้เห็นว่า เราจะมีเงินเก็บ หรือเหลือใช้เท่าไร และหากเราข้ามข้อเรียนรู้รายได้มา เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเราไม่ใช้เงินเกินกว่าที่เราได้รับ?

ตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายเดือน 12

 

  • เงินออม 2000 บาท (ต้องมาเป็นอันดับที่ 1 เสมอ ห้ามห้อยท้าย และห้ามตัดออกเด็ดขาด)
  • ค่าเช่าห้อง + ค่าน้ำ ไฟ 6000 บาท
  • ค่าอาหารวันละ 150 บาท จำนวน 1 เดือน 4500บาท
  • ของใช้ส่วนตัว สำหรับ 1 เดือน 1000บาท
  • เที่ยว พักผ่อน ผ่อนคลายความเครียด 1000 บาท
  • สำรองจ่าย กรณีฉุกเฉิน 1250 บาท (มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับรายรับของเดือนนั้น ว่าได้มากกว่าหรือได้ตามปกติ)

เมื่อเราเขียนได้ตามนี้แล้ว เราก็จะเห็นเลย ว่าเรามีงบส่วนไหน สำหรับทำกิจกรรมอะไรเท่าไรบ้าง แล้วเวลาพอเงิน ก็ง่ายๆครับ พกแค่วันละ 150 บาทก็พอ เพื่อเป็นการเตือนตัวเอง ว่าอย่าใช้เกินนี้นะ และถ้าเป็นไปได้ ให้เติมเงินในกระเป๋าตัวเอง ให้เป็น 150 บาททุกวัน และกลับมาบ้านเหลือเท่าไร หยอดกระปุกไว้เลยครับ แล้วถ้าวันไหนที่ใช้เกิน ก็ค่อยมาแคะกระปุกไปใช้คืนต่อไป หรืออย่างเวลาจะเที่ยวหรือพักผ่อน ก็วางแผนดู ว่า 1000 บาทจะใช้ทำอะไร แต่ถ้าเป้าหมายที่ต้องการนั่น เกินกว่า 1000 บาท ก็อาจจะเอา 1250 สำรองจ่ายออกมาใช้ได้ แต่ถ้าหากเกินไปเยอะก็ลองเบรกความคิดนั้นไว้ก่อน โดยอาจจะเที่ยวในเดือนถัดไปแทน แล้วเก็บเงินนี้ไว้ ไปทบในเดือนถัดไป ก็จะทำให้เรามีเงินพักผ่อนในเดือนถัดไปถึง 2000 บาทเลย(สองเดือนรวมกัน) ส่วนเงินสำรอง ถ้าจะให้ดี ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องใช้ เพราะว่าเผื่อว่าบางครั้งเราอาจจะเจ็บป่วยต้องหาหมอ หาครั้งนึงก็เสียเงินเป็นพันแล้ว ดังนั้น ไม่ใช้ก็จะดีกว่า และรายได้ที่มาจากทางอื่น ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ทุกเดือนด้วย แล้วหาเวลาออกกำลังกายง่ายๆด้วยการเดิน วิ่ง ที่สวนสาธารณะก็ได้ ไม่เสียเงิน สุขภาพดี ลดความเครียดจากการทำงานได้อีกด้วย

เพิ่มเงินเก็บ  - จดสิ่งที่ใช้

หลายคนสุดท้ายจะพลาดข้อนี้ครับ เหตุเป็นเพราะว่าต้องอาศัยระเบียบวินัยในชีวิตพอสมควร ที่จะสามารถจดได้ทุกตัวเลขที่เข้าหรือออกจากตัวเราได้ โดยคนปกติ แรกๆจะทำได้ แต่ไม่เกิน 14 วัน เค้าก็จะเลิก โดยจะมีเหตุผลการเลิกมาประกอบสารพัดครับ ตามแต่จะจินตนาการได้เลย และอีกอย่างคือเลข 14 วันเป็นเลขที่วิจัยมาแล้วครับ ว่าคนเราทุกคน จะทำอะไรได้ในแบบที่สม่ำเสมอได้ไม่เกิน 14 วัน มักจะเลิกก่อน แต่ว่าใครที่ทำเกิน 14 วัน มีแนวโน้มที่สูงมาก ในการจะทำต่อไปโดยไม่เลิกง่ายๆ

ไม่จดได้มั้ย คำตอบคือ ไม่ได้ เพราะว่าสมองคนเรามีส่วนความจำ ที่จำข้อมูลชั่วคราวไม่เยอะมาก ดังนั้น เชื่อผมได้เลย บางคนยังไม่ข้ามวันก็ลืมแล้ว ว่าช่วงเช้าจ่ายเงินไปกับอะไร ถ้าไม่จด แล้วสามวันผ่านไป จะนึกออกได้อย่างไร อีกทั้ง เมื่อเกิดเหตุที่ต้องใช้เงินมากกว่าปกติ เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเรายังเหลือเงินให้ใช้อีกเท่าไร ถ้าจะตอบว่าก็ใช้ทั้งหมดเท่าที่มี แล้วเราจะเหลือเงินเก็บได้อย่างไร สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งตอนที่เรากำลังจด เราอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก เราจะจดทำไมเนี่ย ค่าอาหาร 40 บาท หรือว่า ไปเที่ยวผับกับเพื่อน 700 บาท อะไรแบบนี้ แต่เดี๋ยวจะมีคำตอบ

 เพิ่มเงินเก็บ - ตรวจสอบสิ่งที่จด

ข้อนี้ละครับ ที่เป็นตัวพิพากษา(ขนาดนั้นเลย) ว่าที่ผ่านมาเราได้ทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง แล้วเรายังต้องปรับปรุงอะไรตรงไหน อันนี้ไม่ลำบากมาก เพราะว่าทำแค่เดือนละครั้ง หรือสองครั้งเท่านั้น หรือจะถี่กว่านี้ก็ได้ แล้วตอนนี้ล่ะครับ ทุกอย่างที่จด จะมีค่าขึ้นมาในทันทีเลย เพราะว่าจะเห็นตัวเลขทั้งหมดเรียงราย หรือเลขบางเลขที่มันไม่น่าจะเกิดเลยครับ 

โดยการสรุป อย่างให้แบ่งออกมาเป็นกลุ่มของรายจ่าย ซึ่งการแบ่งกลุ่ม คุณต้องแบ่งออก โดยแนะนำให้แบ่งตามความสำคัญก็ได้ครับ ชัดเจนดี แต่ต้องไม่ลำเอียงนะครับ ไม่ใช่ว่า เงินซื้อเกมส์ เป็นเรื่องสำคัญ แบบนี้ก็ไม่ถูกต้องเท่าไร โดยอาจจะแบ่งออกมาให้ได้อย่างน้อย 4 กลุ่ม ทำไมต้อง 4 เพราะว่า ถ้าเราแบ่งกลุ่มน้อยเกินไป เช่น สำคัญกับไม่สำคัญ แล้วบางอย่างมันสำคัญแค่บางส่วนเราก็ตัดสินใจยากแล้ว โดยกลุ่มสุดท้ายที่แบ่ง ควรเป็นกลุ่มที่ความสำคัญในการใช้เงินต่ำสุดครับ

พอเราเอารายจ่ายที่ผ่านไปมาแบ่งกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ก็ให้พิจารณาว่า เป็นไปตามเป้าที่เราวางแผนไว้ก่อนแล้วหรือไม่ ถ้าไม่ ผิดพลาดตรงไหน ใช้เกิดจากกลุ่มสุดท้ายหรือเปล่า ถ้าใช่ ก็เห็นแล้วว่า เดือนต่อไปตั้งตัดออกทันทีโดยยังไม่ต้องคิดอะไรต่อ แต่ถ้าตัดกลุ่มสุดท้ายออกแล้วก็ยังไม่น่าจะพอ ให้ดูรายละเอียดในกลุ่มที่ความสำคัญเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ว่าจะมีส่วนไหนลดได้หรือไม่ อย่างไรบ้าง ตรงนี้ล่ะครับ ที่จะทำให้แผนการณ์ที่เราวางไว้เป็นไปได้

จริงๆแล้ว ชีวิต ก็เปรียบเสมือนเกมส์วางแผนใหญ่ๆเกมส์หนึ่ง (หรือเกมส์ทำให้เหมือนชีวิตก็ไม่รู้ 555) เพราะว่าเราจะต้องวางแผนตั้งแต่เริ่มต้นก่อน ว่าเรามีเป้าหมายอย่างไร แล้วก็ค่อยดำเนินตามแผนที่วาง โดยอาศัยกลยุทธ์ต่างๆเข้ามาช่วยเพื่อให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น หรืออย่างมั่นคงขึ้น โดยระหว่างทางเราก็ทำการตรวจสอบเป็นระยะๆ ว่าที่เราทำนั้นผิดพลาดตรงไหนและจะแก้ไขอย่างไร

โดยถ้าทำได้ตามนี้ ผมมองว่าภายใน สามเดือน ก็เห็นผลเลยครับ เงินเก็บงอกเงยขึ้นมาอย่างมาก อาจจะมากกว่าที่เคยเก็บมาเป็นปีๆก็เป็นได้

อย่างที่ผมบอกตั้งแต่แรกสุดเลย ว่าท้าให้ลอง งานนี้ไม่มีเสีย มีได้แต่ได้กำไร กับเท่าทุนแค่นั้น ทุนที่ว่าคือ เวลาที่เสียไปวันละประมาณ 5 นาที และสรุปอีกเดือนละประมาณ ครึ่งชั่วโมงแค่นั่นล่ะครับ

เทคนิคเพิ่มเติม

จากประสบการณ์ของผมเอง ในแต่ละเดือน ผมมีรายการรับ และจ่ายเงิน มากกว่าพนักงานเงินเดือนปกติ 2 - 3 เท่า ซึ่งเชื่อหรือไม่ครับ ว่าทุกรายการที่สำคัญผมตรวจสอบยอดได้ทั้งหมด โดยมีความผิดพลาดในหลักร้อยเท่านั้นในแต่ละเดือน เพราะว่าต้องยอมรับ ว่าไม่มีทุกคนที่จดได้ในทุกอย่างโดยสมบูรณ์ครับ บางทีให้เงินขอทาน เราก็ลืมจำไปก็มีครับ ก็เลยมีพลาดบ้าง โดยเวลาที่ผมจดก็จะแบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ กว่า20กลุ่ม เพื่อให้สามารถตามยอดเหล่านั้นได้อย่างถูกต้อง ว่ามันเกิดจากยอดไหนที่ผิดปกติหรือเปล่า ทั้งนี้ผมอาศัยโปรแกรมช่วยครับ เป็นโปรแกรมบัญชีส่วนบุคคล ชื่อ GnuCash แต่ อย่าพึ่งเชื่อว่ามันดีนะครับ เพราะว่ามันไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนครับ อย่างของผม มี life style คือใช้คอมพิวเตอร์ทุกวัน(เท่าที่นึกได้ย้อนกลับไปประมาณเกือบ 5 ปี ยังไม่เคยมีวันไหนที่ไม่ได้ใช้เลย) ดังนั้น โปรแกรมนี้มันเลยตอบสนองผมครับ แต่กับบางคนที่ไม่ได้ใช้คอมทุกวัน จะมาเก็บข้อมูลในคอมแบบนี้ผมว่าก็ไม่ค่อยถูก อาจจะหาเป็นสมุดเล่มเบา บาง พอไว้สักเล่ม(จะได้ไม่อึดอัด หรือหนักเวลาต้องเอาไปไหนมาไหน) โดยทำอย่างไรก็ได้ ให้รู้สึกว่ามันเป็นภาระน้อยที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นเราจะเกิดภาพเชิงลบทันที ทำให้เลิกได้ง่ายขึ้น หรือ จะจดแล้วค่อยเอามารวมใส่โปรแกรม อาทิตย์ละครั้งก็ได้ ไม่มีปัญหา แค่ทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้น

สำหรับการจดก็อย่างที่บอกครับ จดไปเลย รับเท่าไร จากไหน จ่ายไปไหน ค่าอะไรจะระบุวันหรือไม่ก็แล้วแต่ความขยัน จะใส่รายละเอียดแค่ไหนก็แล้วแค่ความขี้เกียจ 555 เอาให้พอดี ทำแล้วสบายใจ ไม่รู้สึกเสียเวลากับมัน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน

แนะนำให้จดอย่างน้อยวันละครั้ง เพราะว่าถ้าข้ามวัน ก็จะมียอดที่ตกหล่นแล้วครับ(ประสบการณ์ที่ผมทำมาสองปีกว่าๆ มันบอกอย่างนั้น) และถ้ามีเวลาว่าง ก็หาวิธีลดการใช้จ่ายเงินดูครับ เช่น อาจจะทำอาหารกินเอง ทำครั้งเดียวเป็นหม้อใหญ่ แล้วแบ่งมาเป็นส่วนๆพอกินแต่ละครั้งใส่ถุงใส่แกง(ถุงร้อน) รอให้เย็นแล้วเอาเข้าตู้เย็นไป(แช่แข็งไปเลย) เวลาจะกิน ก็เอามาอุ่นกินได้เป็นมื้อๆไป ทำหลายๆอย่าง ก็หมุนเวียนไป จะประหยัดขึ้นอีกมากเลย เพราะว่า ต้องไม่ลืมอย่างหนึ่ง คือ เงินเหลือ  = รายรับ - รายจ่าย ดังนั้นหากเราจ่ายน้อยลง ก็จะมีเงินเหลือมากขึ้นไง โดยที่ไม่ต้องหาเงินมากขึ้นเลย สำหรับใครมีแฟน หรือครอบครัวก็ช่วยกันทำก็ได้ เป็นกิจกรรมในครอบครัวไป สนุกดีออก แล้วทุกคนก็ได้กินฝีมือตัวเองด้วย หรือหากมีเวลามากกว่านั้น ก็หางานเสริมทำ ซึ่งอาจจะเป็น งานฝีมือ , ขายของ , ขายความคิด, ขายแรงงาน หรืออื่นๆ ก็มีมากมายครับ เลือกเอาได้ตามความถนัด เพราะผมเชื่อว่า พนักงานเงินเดือน 15000 บาทต่อเดือน น่าจะมีเวลาเหลือ ที่จะสามารถทำอะไรอย่างอื่นเพิ่มเติมได้อย่างแน่นอน ที่พูดได้แบบนี้ เพราะว่าผมเป็นพนักงานเงินเดือนด้วย(แต่ไม่ใช่15000 นะ) และยังมีงานเสริมด้วย และยังมีเวลาเล่าประสบการณ์ให้ทุกท่านได้อ่านอยู่ขณะนี้ด้วย ผมยังทำได้ ทำไมคุณจะทำไม่ได้ล่ะ? เรามีเวลา วันละ 24ชั่วโมงเท่ากันนะ

ขอแค่เริ่มครับ พร้อมจะเริ่มหรือยังครับ เริ่มวันนี้เลยก็ได้ครับ ไม่ต้องรอสิ้นเดือนต้นเดือน (อย่าหาข้ออ้างในการผลัดวันประกันพรุ่งครับ) แล้วมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ครับ

[PRINT VERSION] เขียน: 2010-12-08 09:21:16 แก้ไข : 2010-12-08 09:21:16 อ่าน : 54833
tag : เทคนิคออมเงิน, วิธีเก็บเงิน, เก็บเงิน, เพิ่มเงินเก็บ,ออมเงิน, ประหยัด, รายรับรายจ่าย, รายได้

Comment

Comment
BeYourCyber - 08/12/2010 08:21:16 -
ร่วมพูดคุยในหัวข้อของบทความ วิธีเก็บเงิน สำหรับวัยรุ่น วัยทำงาน
วิธีเพิ่มเงินเก็บแบบ ง่ายๆ พร้อมหลักการ เหตุผล ถ้าเอาไปใช้จริง ก็จะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นจริงๆ ขอท้าให้พิสูจน์เลย ไม่มีอะไรต้องเสียแน่นอน มีแต่ได้น้อยหรือได้มากแค่นั้นเอง
Guest - 04/03/2011 13:20:46 - 58.9.222.222
กำลังเก็บเงินอยู่พอดีเลยค่ะ อยู่ในขั้นเริ่มแรก สำหรับคนที่มีเงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือนแต่เก็บเดือนละ 2 พันค่ะ มีความตั้งใจว่าจะทำให้ได้ ได้มาอ่านบทความนี้พอดี รู้สึกดีค่ะ ระหว่างนี้ก็หารายได้พิเศษจากเงินที่ได้รับประจำ ตอนนี้เป็นนักศึกษาอยู่น่ะค่ะ
Guest - 11/03/2011 21:43:32 - 182.53.181.8
พี่ค่ะ ข้อมูลพี่ดีมากค่ะ หนูเป็นนักร้องทำงานมา6ปีแล้วแต่มีเงินเก็บไม่ค่อยมาก อยากได้วิธีที่ชัดเจนกว่านี้อีกนิดค่ะ
BeYourCyber - 11/03/2011 22:56:01 - 58.8.114.155
ลองทำตามทีละขั้นก่อนครับ ติดขั้นไหน และติดอย่างไร ถามมาได้ครับ
Guest - 27/04/2011 00:27:35 - 58.9.58.14
พี่เป็นคนแนะนำที่ดีมากเลยค่ะ
Guest - 20/06/2011 10:20:09 - 118.175.210.110
เป็นความรู้ที่ดีมากๆ ถ้าใครไม่มองข้ามไปซะก่อน

โปรดอ่านบทความนี้อย่างตั้งใจ จะได้ผลดีกับตัวคุณแน่นอน

ขอบคุณมากครับ
deaw - 02/07/2011 11:07:04 - 101.108.123.244
ดีครับผมอ่นแล้วมีแรงฮึด แต่ก่อนได้มาเท่าไหร่ใช้หมด จะลองทำตามดูครับ อยากมีเงินล้านไว้กินตอนแก่ อิๆ
Guest - 30/07/2011 11:31:38 - 223.204.49.246
เจ๋งสุดๆเลยครับ
kuk - 31/07/2011 16:07:00 - 27.130.104.3
พี่คะ ขอบคุณมากๆค่ะที่ให้คำแนะนำดีๆแบบนี้ แต่หนูขอคำปรึกษาหน่อย หนูยังเรียนอยู่ ทำงานพาร์ททาม ได้เดือนละ สามพันนิดๆเอง หนูจะเก็บเดือนเท่าไรดีคะ แหะๆ อยากได้โน้ตบุ๊คสักเครื่องนึง
Guest - 14/09/2011 10:44:09 - 202.57.140.163
อ่านแล้วรู้สึกตาตื่นขึ้นมาเลยค่ะ ทำให้คิดว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ และช่วยให้มองเห็นความฝันได้ชัดแจ่มแจ๋วเลยคร้า
เป็นบทความที่ยาวแต่ถ้าใครพลาดไป เหมือนทำเงินออมหล่นหายเลยนะค่ะ ว่าไปนั้น
Guest - 07/01/2012 19:50:35 - 110.164.189.85
แล้วเงินที่ต้องให้พ่อแม่ ต้องให้ลูก เอามาจากไหนหละคะทำไมไม่คิดออก จิง ๆ แล้วความจำเป็นของคนเราเยอะมาก แต่อย่างว่าควาวมพยายามจะทำให้เราดีขึ้น
manls - 02/02/2012 13:20:32 - 125.27.23.175
วิธีข้างบนได้ผลจิงครับ อยู่ที่คุณเองครับว่ามีความตั้งใจจริงสักแค่ไหน ขอ Up ครับกระทู้นี้ ดีจริงๆ
Guest - 24/02/2012 15:08:43 - 124.121.201.70
- ค่าเดินทาง
- ค่าทางบ้าน
- ค่าประกันสังคม

ถ้าตัวคนเดียว ก็ทำได้แน่นอน (มนุษย์สังคม พี่น้อง เพื่อน แฟน ลูก)

BeYourCyber - 24/02/2012 15:22:04 - 58.10.99.156
ทำ แล้วได้น้อย ก็ย่อมดีกว่าไม่ได้ทำ แล้วยกเหตุผลต่างๆมาอ้าง แล้วก็บอกว่าทำไม่ได้หรอก

ผลลัพท์ต่างกันเยอะครับ เชื่อผมเถอะ
Guest - 18/03/2012 21:20:47 - 111.84.17.207
เพิ่งเริ่มเก็บค่ะ ที่เริ่มเพราะอยากเรียน ป.โท พ่อแม่ไม่มีสมบัติให้ก็ต้องพยายามอ่ะ ค่ะ จะ พยายามนะคะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ
อริสา - 31/05/2012 21:56:01 - 14.207.232.43
ติดตั้งแล้ว แต่ไม่เข้าใจขั้นตอนในการบันทึกค่ะ ช่วยบอกรายละเอียดด้วย
ตั้งใจลงรายละเอียดในส่วนทรัพย์สินที่มีทั้งหมด รายได้ รายได้พิเศษ รายจ่าย เพื่อจะสรุปได้ว่า เราจะเหลือเก็บในรูปแบบไหน เท่าไหร่ค่ะ
BeYourCyber - 03/06/2012 10:43:21 - 110.168.237.25
ตอนนี้ สร้าง account ข้างในหรือยังครับ
สมมุติว่า มี account
กระเป๋าเงิน
และ account
เงินเดือน

เวลาลงรายการ ให้มันจะเป็น duplicate transactionนะครับ
เช่น คุณได้รับเงินเดือน ก็ไปลงรายการใน account เงินเดือน
แล้ว ใส่ ว่าเงินเดือนไปเข้าที่กระเป๋าเงิน (สมมุติเป็นรายการเงินสด) แล้วกรอกตัวเลขเข้าไป

เท่านั้นเอง รายการดังกล่าวจะไปปรากฏในกระเป๋าเงินทันทีโดยอัตโนมัติ


ส่วนรายการที่เป็ฯทรัพย์สินที่มีอยู่แล้วเนี่ย ก็ให้สร้าง account เตรียมให้ครบก่อน เช่น กล่องสมบัติ
แล้วเวลาเราลงรายการ ใน account กล่องสมบัติ ก็ลงว่าได้มาจาก account Opphan ก็ได้ครับ ให้มาจากที่เดียวกันหมด ตอนลงรายการครั้งแรกจะ งงๆ หน่อยครับ ค่อยๆลง แล้วลองดู report ไปว่ามันใช่หรือเปล่า ก็ใช้งานได้แล้วครับ
kiyo - 06/08/2012 14:40:41 - 58.9.117.5
อายุ 34 ตอนนี้มีเงินประมาณ3-5 ล้านบาทละ เป็นคนประหยัด และก็วางแผนเก่ง เคยเป็นเซลล์และก็ตอนนี้เปิดขายเอง
Guest - 03/09/2014 20:40:10 - 125.27.42.4
มาหารายได้เสริมกันนะคะ
ชื่อบริษัท Rio Essence
▶️ไม่ต้องขายของ
▶️ไม่ต้องประชุม
▶️ไม่ต้องเข้าศูนย์
▶️ไม่ต้องอบรม
▶️เพียงคุณมีเงิน 3500 บาท ทีมของเราจะเปลี่ยนเงิน 3500 บาท เป็นเงินหลักหมื่น ภายใน 1 เดือน
หากภายใน 1 เดือน ทำตามแผนของทีมเรา แล้วยังไม่มีรายได้ บริษัทคืนเงินให้คุณ 3500 บาท ทันที
> ความเสี่ยง = 0 <
line : mapcyzxd