VPS คืออะไร ประโยชน์ของ VPS คืออะไร

VPS คืออะไร ประโยชน์ของ VPS คืออะไร

ย้อนกลับไปเมื่อยุคแรกๆ ตอนที่เริ่มทำเว็บกันใหม่ๆ เราก็จะใช้ HTML เป็นภาษาหลัก ซึ่ง HTML มันไม่ได้ต้องการการทำงานอะไรจากฝั่งของ server ที่เก็บไฟล์เว็บเลย คือคนเขียนเว็บเขียนอะไร ก็แสดงผลออกมาทื่อๆแบบนั้นเลย

ต่อมา ก็เริ่มมีการประยุกต์เอาการเขียนโปรแกรมที่ฝั่ง server ให้มาแสดงผล HTML ออกมาทางหน้าเว็บ และ user ก็สามารถตอบสนองกับ server ได้ด้วย เช่นการกรอกข้อมูล บางอย่างส่งไป server แล้ว server ก็ตอบข้อมูลบางอย่างออกมา ซึ่งต่อมาภาษาที่ได้รับความนิยมมากๆ ก็คือ PHP , .NET , JSP เป็นต้น และ share Hosting ก็ออกมาสู่ตลาด เพื่อตอบโจทย์ตรงนี้ แต่ว่า ก็มีข้อจำกัดค่อนข้างเยอะ เพราะว่าโดยปกติแล้ว server แต่ละส่วน มักจะทำงานตอบสนองต่อภาษา server side script ที่แตกต่างกัน เช่น hosting รองรับ PHP อย่างเดียว หรือ รองรับ .NET อย่างเดียว (แบบผสมก็มี แต่ไม่ได้รับความนิยม หรือบางผู้ให้บริการก็ต้องแยกส่วนกันบริการอีกที)

และเมื่อวันเวลาผ่านไป มาถึงยุค Web Application คือ การทำงานของเว็บ มีความซับซ้อนมากกว่าเก่ามาก ภาษาเดิมๆ ที่เคยใช้งานกันมาก็เริ่มไม่ตอบโจทย์เหมือนเดิมอีกต่อไป การทำเว็บ ไม่ได้ติดอยู่กับแค่ PHP , .NET อะไรแค่นี้แล้ว แต่เริ่มมีความต้องการที่มากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความต้องการเขียน script บางอย่างเพื่อให้ทำงานที่ Background process ของ server หรือว่าสำหรับทำงาน Batch process ซึ่งต้องยอมรับว่า PHP , .NET สามารถเขียนให้ทำงานได้ แต่ว่า performance ไม่ดี และมีปัญหาบ่อย รวมไปถึง ความต้องการใช้งาน Database ที่มากกว่า MySQL, SQL server โดยปกติ เช่น NoSQL ต่างๆ หรือยาวไปถึง Memory Database เลยด้วย

ซึ่งเหล่านี้ มันเกินกว่าขอบข่ายการให้บริการของ Share hosting โดยปกติไปแล้ว เพราะว่า การใช้งานเรื่องเหล่านี้ จะทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบความปลอดภัยของ server โดยรวม รวมไปถึงการจัดการทรัพยากรด้วย

ดังนั้น ทางออกก็คือ การทำ Virtualization หรือการจำลอง server หลายๆตัว ออกมาจาก server เพียงเครื่องเดียว แล้วแบ่งแยกกันทำงานอย่างชัดเจน ไม่สามารถข้ามไปมาหากันได้เลย อาจจะเคยได้ยินว่า VM นั่นล่ะครับ เหมือนใช้คอมเครื่องเดียว จำลองออกมาให้มีหลายเครื่อง

และในที่สุด นี่ก็เป็นการมาถึง สิ่งที่เค้าเรียกกันว่า VPS นั่นเอง ก็คือเอา VM ที่ได้แบ่งออกมาแล้วเนี่ย มาขายให้คนทั่วไป เปรียบเหมือนกับว่า แต่ละคนมี server เป็นของตัวเองเลย สามารถทำอะไรก็ได้ใน OS ที่ไม่มีใครเข้ามายุ่งได้ เพราะว่าไม่ได้แบ่งกันใช้ (แต่ความจริงคือ ทางกายภาพ หรือ physical เช่นพวก Ram , CPU ,Harddisk นั้นยังมีการแบ่งกันใช้อยู่ แต่ ส่วนของ Software และข้อมูลทั้งหมดแยกกันไปเลย)

ซึ่ง มันตอบสนองการพัฒนา Web Application ในปัจจุบันเพราะว่ามันสามารถเขียน script อะไรไปรันก็ได้ ใช้งาน Database แบบไหน config พิเศษแบบใดก็ได้ รวมไปถึง ทำอะไรประหลาดๆก็ได้ (แต่ต้องไม่ลืมว่า cpu , ram แชร์กันทำงานด้วยนะ)

แต่ ในข้อดีก็มีข้อเสียอยู่ เพราะว่า ด้วยความที่มันเปิดแบบอิสระให้ทำอะไรได้หลายอย่างมาก ดังนั้น ทุกอย่างเราก็เลยต้องทำเองเกือบทั้งหมดเลย โดยสิ่งที่ไม่ต้องทำเองก็คือ การลง OS นั่นแหล่ะ เมื่อเราซื้อ VPS แล้ว เราก็จะได้การ login remote เข้าไปที่ OS ที่เราเลือกเอาไว้ แล้วก็เป็นแบบ OS เปล่าๆเลย ถ้าให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เหมือนเป็นเครื่องคอมที่ซื้อมาใหม่ มี Windows พร้อม driver ลงให้แค่นั้น ไม่มีโปรแกรมอะไรให้เราทำงานเลย

โดยปกติ VPS ที่ราคาถูก และนิยมใช้งานกันก็จะเป็น Linux เพราะว่า ถูก และเร็วกว่า Windows (มันใช้ทรัพยากรพื้นฐานน้อยกว่า) คนที่ใช้งาน VPS ก็เลยมีความจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องการใช้งาน Linux อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (VPS ที่เป็น Windows sever ก็มีเยอะอยู่นะครับ แต่แพงกว่าพอสมควรเลย) และสิ่งที่ตามมาอีกก็คือ เรื่องของความเข้าใจ ในการ Config ระบบต่างๆ เพราะว่า ถ้าเราเช่า Share hosting เค้าก็จะมีทุกอย่างให้เราพร้อมใช้แค่ Login ใช้งานอะไรได้หมด แต่ว่า VPS นั้น เราก็ต้องทำมือแทบทั้งหมดก็จะมีบ้างบางคนอาจจะใช้ Control panel ฟรี เพื่อช่วยจัดการ แต่ท้ายที่สุดก็จะพบว่า Control panel พวกนั้นก็กินทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ เพราะว่า เราทำงานเพียงแค่ระบบเดียวเท่านั้น

ทั้งหมดนี้ก็คือ VPS ในแบบฉบับอธิบายง่ายๆ แต่ถ้าไม่เข้าใจก็ถามไถ่กันเพิ่มเติมได้ครับ 

ป.ล. ราคา VPS ในต่างประเทศ โดยปกติจะถูกกว่าในไทยพอสมควร อย่างที่ผมใช้ หลายที่ก็อยู่ที่ปีละ $19 (ประมาณ 665 บาท ต่อปี) สำหรับ CPU 1 core, RAM 1 GB แต่ว่าข้อเสียก็คือ การ access จากประเทศไทยไปได้ช้ากว่านั่นเอง แต่ถ้าจะแค่เอาไว้ทดสอบงานแล้วความช้าก็คงไม่ใช่ปัญหาครับ

Create: Modify : 2015-07-11 19:08:05 Read : 1348 URL :